ปชช.กว่าแสนคนต้องเป็น "ลูกหมู" UN วอนทุกชาติเร่งปราบแก๊งต้มตุ๋น
รายงานล่าสุดขององค์กรสหประชาชาติชี้ให้เห็นว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนหลายแสนคนตกเป็นเหยื่อของแก็งค้ามนุษย์จากทั่วโลก ถูกส่งต่อไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แค่ในเมียนมาร์และกัมพูชาก็มีถึง 220,000 คน รวมถึงชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อย
ถูกหลอกไปเป็น "ลูกหมู" ที่กัมพูชา เหยื่อสูงถึงหลักแสน
ตำรวจชูป้ายข้อความ “อย่าหลงเชื่อกลลวงของมิจฉาชีพ” ที่สนามบิน หวังให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคนไต้หวันถูกแก็งมิจฉาชีพหลอกลวงไปที่กัมพูชากับอีกหลายประเทศ และมีกรณีหลอกลวงบนอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นไม่หยุด ซึ่งสหประชาชาติได้แถลงรายงานข้อมูลล่าสุดว่า คนที่ตกเป็นเหยื่อของแก็งมิจฉาชีพจากทั่วโลกถูกส่งต่อไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเหยื่อที่ตกเป็น “ลูกหมู” นับแสน
==Jeremy Laurence // โฆษกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ==
อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้พบว่า
พื้นที่ต่างๆ ในเมียนมา มีอย่างน้อย 120,000 คน
อาจถูกบังคับให้ทำหน้าที่หลอกลวงต้มตุ๋นผ่านทางออนไลน์
ที่กัมพูชาคาดว่ามีประมาณ 100,000 คน
ค้ามนุษย์+ต้มตุ๋นออนไลน์ อาชญากรรมใหม่ยากต่อการป้องกัน
สหประชาชาติสำรวจบพบว่า แก็งมิจฉาชีพมีรายรับสูงถึงพันล้านต่อปี เหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในอาเซียน มาจากจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และเอเชียใต้ มีบางส่วนมาจากแอฟริกาและละตินอเมริกา พวกเขาจะถูกบังคับให้ร่วมขบวนการหลอกลวงต้มตุ๋น และยังได้รับการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ซึ่งอาชญากรรมรูปแบบใหม่เกิดขึ้น คาดว่าเป็นเพราะการปิดตัวของบ่อนพนันช่วงโควิดระบาด ประกอบกับประเทศอาเซียนมีกฎระเบียบหละหลวม จึงทำให้แก็งมิจฉาชีพใช้โอกาสนี้หาผลประโยชน์
เหยื่อไม่ควรกลายเป็นอาชญากร UN วอนทั่วโลกจับมือต่อสู้กับมิจฉาชีพ
สหประชาชาติคาดการณ์ว่า มีเหยื่อบางรายกังวลว่าจะถูกตีตราถึงไม่กล้าแจ้งความ ดังนั้นจำนวนที่แท้จริงของผู้ตกเป็นเหยื่ออาจมีมากกว่านี้ ซึ่งรายงานฉบับนี้ย้ำว่า เหยื่อไม่ใช่อาชญากร พวกเขาควรได้รับความยุติธรรมและการคุ้มครอง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เสริมสร้างความเข้มแข็งของกฎหมายและต่อสู้การแพร่ระบาดของอาชญากรรมการหลอกลวงต้มตุ๋น
