เชียงใหม่ยังวิกฤต! ฝุ่นพิษครองเมือง รัฐเร่งหาทางออก
เทศกาลสงกรานต์ประเพณีสำคัญที่สุดของไทยได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ บรรยากาศทั่วประเทศเต็มไปด้วยความสนุกสนานในการเฉลิมฉลอง อย่างไรก็ตามจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่กลับเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศรุนแรง โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบค่าฝุ่น PM2.5 ในระดับสีม่วงติดต่อกันหลายวัน
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี เกษตรกรในประเทศไทย เมียนมา และลาว จะเผาพื้นที่เกษตร แต่เนื่องจากเชียงใหม่มีภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะ และมักเกิดไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง จึงเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศรุนแรง
==หยางจื้้อเฉียง // ผู้สื่อข่าว PTS==
ช่วงนี้ภาคเหนือของไทยรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่
กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศ
ไม่เพียงค่า PM2.5 พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
สัปดาห์ที่ผ่านมา เชียงใหม่ยังติดอันดับ
หนึ่งในเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกด้วย
==ผู้อยู่อาศัยในเชียงใหม่==
คันตามตัว
บางครั้งก็มีอาการแพ้ตามผิวหนัง
ตาและจมูกแห้ง
ผู้เชี่ยวชาญประสาน ปชช. ขับเคลื่อน นโยบาย Zero Burn ของรัฐ
เพื่อรับมือปัญหาดังกล่าว รัฐบาลไทยได้ดำเนินนโยบาย Zero Burn ห้ามเผาเด็ดขาด มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยทางศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ติดตามประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยประสานระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนด้วย
==รศ.ดร.สมพร จันทระ // หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ม.เชียงใหม่==
ช่วงแรกนโยบายนี้มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก
คือห้ามเผาโดยเด็ดขาดในช่วงเวลาที่กำหนด
แต่ในระหว่างที่ใช้มาตรการ Zero Burn
ยังคงตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม
หลังหารือกัน จึงเสนอแนวทางใหม่
เพราะการสั่งห้ามเผาไม่สามารถแก้ปัญหาได้
จึงควรเปลี่ยนมาเป็นการอนุญาตให้เผาได้ตามความเหมาะสม
“หาจุดสมดุล” โจทย์หินรัฐบาลไทย! ไม่ห้ามเด็ดขาด แต่ต้องขออนุญาต
ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย รัฐบาลไทยได้ปรับนโยบายมาเป็นไม่ห้ามเผาเด็ดขาด แต่ต้องขออนุญาต ในเมื่อห้ามไม่ได้ทั้งหมดก็ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ การหาจุดสมดุลจึงเป็นความท้าทายที่รัฐบาลไทยกำลังเผชิญ
