งานวิจัยสหรัฐฯ ชี้ สมาร์ตโฟนเป็นสาเหตุสำคัญของอัตราการเกิดต่ำ
ผลวิจัยล่าสุดจากสหรัฐอเมริการะบุว่า หลังสมาร์ตโฟนเริ่มแพร่หลาย อัตราการมีบุตรของผู้หญิงยุคใหม่ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก นักวิชาการไต้หวันวิเคราะห์ว่า แกนหลักของปัญหาประชากรลดลงยังคงมาจากบ้านแพง ค่าแรงต่ำ และความกดดันในการเลี้ยงดูบุตร อย่างไรก็ตาม สมาร์ตโฟนได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้อัตราการเกิดดิ่งลงเร็วขึ้น
ในยุคปัจจุบันแทบทุกคนจะพกสมาร์ตโฟน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องเลื่อนดูหน้าจอตลอด ซึ่ง “การเสพติดอินเทอร์เน็ต” อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลค่อยๆ เลื่อนหายไป โดยจากงานวิจัยล่าสุดของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NBER) ระบุว่า การใช้สมาร์ตโฟนอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการเกิดลดลง
==หญิงแซ่หลิน // ประชาชน==
น่าจะปกตินะ (ทำไมถึงแบบนั้น)
คนจะแต่งงานมีลูก ยังไงก็มีอยู่ดี
งานวิจัยฯ ชี้ว่าการใช้สมาร์ตโฟน ทำให้การมีบุตรของผู้หญิงลดลง
ข้อมูลจาก Middlebury College สหรัฐอเมริกา เผยว่า สาเหตุที่อัตราการเกิดของสหรัฐฯ ลดลงถึง 22% นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นมา มีสมมติฐานมาจากกระแสความนิยมสมาร์ตโฟนหลังจากที่ iPhone เปิดตัวในปีเดียวกัน ซึ่งผลลัพธ์พิสูจน์ได้ว่า อัตราการให้กำเนิดบุตรของสตรีชาวอเมริกันอายุ 15-19 ปี ลดลงสูงสุดถึง 8% ขณะที่อัตราการให้กำเนิดบุตรของสตรีอายุ 20-24 ปี ลดลงสูงสุด 6.6%
==เซวียเฉิงไท่ // ศาสตราจารย์อาวุโส ภาควิชาสังคมวิทยา NTU==
(ปัญหาเด็กเกิดน้อย) แน่นอนว่าในเรื่องนี้ยังรวมถึง
สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของเรา เรายังมีภาวะเงินเฟ้อ
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
ไต้หวันอัตราการเกิดต่ำ นักวิชาการชี้เกี่ยวกับปัจจัยแวดล้อมโดยรวม
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการวิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราการเกิดของไต้หวันลดต่ำลง เกิดจากสภาพแวดล้อมโดยรวม ส่วนการแพร่หลายของสมาร์ตโฟนนั้นเป็นเพียงปัจจัยเสริม โดยทีมวิจัยย้ำว่า แม้โทรศัพท์มือถือจะไม่ใช่สาเหตุเดียว แต่ก็ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง และถือเป็นผลกระทบร่วมกันทั่วโลก นอกจากนี้ จิตแพทย์ยังเตือนด้วยว่า การพึ่งพาโทรศัพท์มือถือมากเกินไป ลดการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริงลง จนอาจส่งผลให้ผู้คนไม่อยากมีเพื่อน ไม่มีแฟน และไม่อยากแต่งงานมีครอบครัว
