ยอดความเสียหายคดีฉ้อโกงทะลุ 7 พันล้าน คดีซื้อของออนไลน์มากที่สุด
ใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว หลายคนต่างพากันเลือกซื้อเสื้อผ้าใหม่ มิจฉาชีพจึงอาศัยโอกาสนี้หลอกลวงผ่านการช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งเพียงเดือนมกราคมเดือนเดียว มีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 4,500 ราย นอกจากนี้ ยังมีการหลอกลวงโดยอาศัยความมีน้ำใจของผู้อื่น ซึ่งผู้ต้องหาเคยก่อคดีมาแล้วหลายครั้ง โดยจะตระเวนสุ่มขอหยิบยืมเงินค่ารถกลับบ้าน มีผู้หลงเชื่อรวม 5 ราย สูญเงินรวม 6,400 เหรียญไต้หวัน ล่าสุดถูกอัยการไทเปสั่งฟ้องในข้อหาฉ้อโกงรวม 5 กระทงแล้ว
==ตำรวจ VS ชายแซ่จี้==
เมื่อวานคุณไปยืมเงินคนอื่นมาใช่มั้ย
ชายถูกจับที่สถานีไทเปเนื่องจากหลอกยืมเงินค่ารถกลับบ้าน
ชายแซ่จี้รายนี้เคยถูกจับกุมมาก่อน โดยเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้เขาอาศัยความมีน้ำใจของคนอื่น เดินไปมาบริเวณสถานีรถไฟไทเป เพื่อหลอกยืมเงินเป็นค่ารถกลับบ้าน
==หญิงที่ถูกหลอก (ก.ค. 67)==
เขาบอกว่ากระเป๋าตังค์หาย เขาไม่มีเงินค่ารถกลับเกาสง
4 เดือน หลอกไป 5 คน ยอดเสียหาย 6400 TWD อัยการไทเปดำเนินคดี
กลอุบายที่ผู้ต้องหารายนี้ใช้เป็นประจำคือ อ้างว่าไม่มีเงินค่าเดินทางกลับไปทางใต้ของไต้หวัน ซึ่งทุกครั้งเขาจะหลอกขอเงินจากเหยื่ออย่างน้อย 1,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป แต่จะทิ้งเบอร์โทรศัพท์ปลอมไว้แล้วหายตัวไปโดยไม่คืนเงิน ซึ่งปีที่แล้วเขาใช้กลอุบายเดียวกันนี้อีกครั้ง หลอกลวงผู้เสียหายในช่วงสี่เดือนติดต่อกันได้ 5 ราย มูลค่าความเสียหาย 6,400 เหรียญไต้หวัน ตอนนี้ครั้งนี้ไปไม่รอด เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ สำนักงานอัยการกรุงไทเปจึงส่งเรื่องดำเนินคดีเมื่อวานนี้ (4 ก.พ.) ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์รวม 5 กระทง
==หญิงแซ่โจว // ประชาชนกรุงไทเป==
ก็คือถ้าจำนวนเงินมันมากเกินไป
ก็จะรู้สึกได้ว่าเขาทำจนเป็นนิสัยกับทุกๆ คน
ในการเดินขอเงินยอดประมาณนี้ ไล่ถามทุกคนไปทั่ว
==หญิงแซ่เยี่ยน // ประชาชนกรุงไทเป==
ฉันไม่มีเงินให้คุณยืมหรอก แค่ระวังตัวจากเขาก็พอ
ยอดความเสียหายคดีฉ้อโกงทะลุ 7 พันล้าน คดีซื้อของออนไลน์มากที่สุด
การฉ้อโกงมีหลากหลายรูปแบบ จากสถิติของระบบ 165 ต่อต้านการฉ้อโกง พบว่าในเดือนมกราคมปีนี้ ผู้เสียหายสูญเสียทรัพย์สินทะลุ 7 พันล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งสูงกว่ายอดของ 4 เดือนก่อนหน้านี้ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงผ่านการซื้อของออนไลน์มากที่สุด ถึงกว่า 4,500 คดี
==ชิวหย่าเถียน // ตำรวจฝ่ายป้องกัน กรมสอบสวนคดีอาญา==
ก่อนช่วงตรุษจีน ความต้องการซื้อสินค้าของผู้คนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ส่งผลให้มีการหลอกลวงทางออนไลน์หลากหลายรูปแบบเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน
กลุ่มมิจฉาชีพจะหยุดตรุษจีนชั่วคราว
แต่เมื่อเปิดทำงาน กลุ่มมิจฉาชีพก็จะกลับมาทำการหลอกลวงอีก
ทำธุรกรรมพบคำว่า “ยืนยันทางการเงิน” ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีน คนส่วนใหญ่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการขจัดสิ่งเก่าและต้อนรับสิ่งใหม่ แต่กลุ่มมิจฉาชีพกลับอาศัยจังหวะนี้แทรกซึมเข้ามา กรมสอบสวนคดีอาญาจึงเตือนว่า หากพบคีย์เวิร์ดอย่างคำว่า "ยืนยันทางการเงิน" ในระหว่างการทำธุรกรรม ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
