สภาพัฒน์ตั้งเป้าเศรษฐกิจปีนี้โต 4.56%
เมื่อวานนี้สภาพัฒน์ได้ประกาศอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันปีนี้ที่ 4.56% พร้อมตั้งเป้าผลักดัน GDP ต่อหัวให้แตะระดับ 42,170 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม นักวิชาการชี้ว่า หากภาคอุตสาหกรรมไม่มีผลกำไรและผู้ประกอบการไม่ปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็อาจไกลเกินเอื้อม
สภาพัฒน์ตั้งเป้า GDP ต่อหัว 42,170 ดอลลาร์สหรัฐ
สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวัน (NDC) ได้จัดงานแถลงข่าวประจำปี โดยประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจคือ GDP ต่อหัวของไต้หวันในปีนี้จะยังคงแซงหน้าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้หรือไม่ ซึ่งทางสภาพัฒน์ระบุว่า GDP ต่อหัวของไต้หวัน เติบโตขึ้นต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 ซึ่งอยู่ที่ 20,866 ดอลลาร์สหรัฐ ขยับขึ้นเป็น 33,111 ดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ. 2021 และคาดว่าปีนี้จะพุ่งสูงถึง 40,951ดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 42,170 ดอลลาร์สหรัฐ
สภาพัฒน์ตั้งเป้า GDP ต่อหัว 42,170 ดอลลาร์สหรัฐ ปชช. ไม่รู้สึก
แม้ตัวเลข GDP ต่อหัวจะพุ่งสูงขึ้น แต่กลับมีเสียงสะท้อนจากประชาชนว่า "ไม่รู้สึกถึงความมั่งคั่ง" ซึ่งผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การจะบรรลุเป้าหมาย 42,170 ดอลลาร์สหรัฐได้นั้น เทียบเท่ากับต้องมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งตลาดแรงงานในปัจจุบัน มีเพียงกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเงิน หรือวิชาชีพเฉพาะทางอย่างแพทย์เท่านั้นที่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว ขณะที่กลุ่มแรงงานในภาคบริการยังห่างไกลเกินเอื้อม
==หยางจงปิน//โฆษกเว็บไซต์ธนาคารทรัพยากรมนุษย์==
ในภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีเพียงผู้จัดการฝึกหัดเท่านั้น
ที่มีโอกาสได้ค่าตอบแทนรวมเกินล้านต่อปี
ถ้ามีฐานเงินเดือนเฉลี่ยประมาณ
30,000-40,000 เหรียญ
จะมีรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ประมาณ
500,000-600,000 เหรียญเท่านั้น
นักวิชาการชี้ อานิสงส์ AI หนุน GDP ต่อหัว ภาคเซมิคอนดักเตอร์ ทะลุเป้า
นักวิชาการระบุว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ GDP ต่อหัวบรรลุเป้าหมายนานแล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมดั้งเดิมและภาคบริการยังคงต้องเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ นอกจากนี้ การที่นายจ้างปรับขึ้นค่าจ้างให้พนักงาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำด้านรายได้
