รวบ 7 ผู้ต้องหา ทลายแก๊งปลอมเอกสาร เน้นขายแรงงาน ผิด กม.
เมื่อปีที่แล้วตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกรุงไทเป ได้ตรวจพบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายพกพาบัตรประจำตัวปลอม จนนำไปสู่การทลายขบวนการปลอมแปลงเอกสารรายใหญ่ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั้งในไต้หวันและเวียดนาม โดยจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามและไต้หวันได้ 7 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องถูกตัดสินจำคุก 4-6 เดือน
สตม.ไทเป-นิวไทเป ทลายแก๊งทำเอกสารปลอม จับกุม 7 ผู้ต้องหา
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสนธิกำลังปูพรมตรวจค้นในกรุงไทเปและนครนิวไทเป ทลายขบวนการปลอมแปลงเอกสารในไต้หวัน พร้อมจับกุมตัวการใหญ่ชาวเวียดนามและสมาชิกชาวไต้หวันรวม 7 ราย หลังเมื่อปีที่แล้ว พบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่เจ็บป่วยรายหนึ่ง พกเอกสารปลอม นำมาซึ่งการขยายผลสืบสวนจนพบผู้ต้องหาเวียดนามร่วมมือกับแรงงานหลบหนีผิดกฎหมาย ปลอมบัตรถิ่นที่อยู่ บัตรประชาชน และประกาศนียบัตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยคิดค่าบริการใบละ 5,000 ถึง 10,000 เหรียญไต้หวัน ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีผู้ซื้อไปแล้วกว่า 60 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานสัญชาติอินโดนีเซีย
==หลินเว่ยเสียง // รองหัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกรุงไทเป สตม. ภาคเหนือ==
แก๊งอาชญากรรมที่นำโดยแรงงานเวียดนาม
ดัดแปลงห้องเช่าเป็นโรงงานผลิตบัตรถิ่นที่อยู่ปลอม
โพสต์หาลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย
ใช้ร้านหอยทอดบังหน้า เพื่อตบตาตำรวจ
ทำทีเป็นขายหอยทอด แต่ลักลอบค้าขายเอกสารปลอม
ตัวการใหญ่ชาวเวียดนามร่วมมือสมาชิกชาวไต้หวัน ใช้ร้านหอยทอดบังหน้า
เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ผู้ต้องหาใช้ร้านหอยทอดบังหน้าเป็นจุดส่งของ โดยให้สมาชิกร่วมขบวนการชาวไต้หวันเฝ้าร้าน และขับรถตระเวนส่งเอกสารปลอม ทั้งนี้ เมื่อหลายปีก่อน ไต้หวันเคยทลายคดีในลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งมุ่งเป้าไปที่กลุ่มแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยชูจุดขายให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงการจัดส่ง
==เหยาเซิ่งถิ่ง // ประธานสมาคมพัฒนาแรงงานต่างชาติไต้หวัน==
พวกเขารู้ดีว่าการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย
ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง
(การซื้อเอกสารปลอม) จึงเปรียบเสมือนการซื้อสถานะใหม่
เพื่อให้ตัวเองรู้สึกอุ่นใจ
แรงงานต่างชาติ ผิด กม. ทะลุ 9 หมื่นคน หวั่นเป็นภัยเงียบของสัมคม
ปัจจุบันไต้หวันมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายมากกว่า 90,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้านผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่ทำงานหาเงินในไต้หวันต่อ จึงตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มอาชญากรซึ่งอาจเป็นภัยมืดของสังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหามาตรการรับมือและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
