จนท.สหรัฐฯ เตือนไต้หวันเร่งอนุมัติงบกลาโหม ก่อนทรัมป์พบสีฯ
จนถึงวันนี้ร่างงบประมาณพิเศษด้านกลาโหมของไต้หวันยังคงไร้ข้อสรุป ล่าสุดมี ส.ส. เผยว่า อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือน หากก่อนการพบปะกันระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิง ยังไม่ผ่านร่างงบประมาณ ไต้หวันอาจต้องเผชิญกับบทเรียนราคาแพง ด้าน The Wall Street Journal รายงานว่า สหรัฐฯ อาจต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ไปจำนวนมากในการทำสงครามกับอิหร่าน จึงกังวลว่า หากอนาคตอันใกล้จีนโจมตีไต้หวัน สหรัฐอาจไม่สามารถดำเนินแผนป้องกันได้อย่างเต็มที่
สงครามอิหร่านทำคลังแสงสหรัฐฯ พร่อง หวั่นกระทบแผนคุ้มกันไต้หวัน
สงครามในตะวันออกกลางยังไม่สงบ Wall Street Journal อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่า การปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ทำให้สหรัฐฯ สูญเสียอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก รวมทั้งขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กกว่า 1,000 ลูก และขีปนาวุธ THAAD และ Patriot อีกนับพันนัด หากจีนตัดสินใจบุกไต้หวันในระยะนี้ สหรัฐฯ อาจไม่สามารถดำเนินแผนป้องกันไต้หวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ยืนยันว่า คลังแสงของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงไม่ได้รับผลกระทบ
==Tony Hu อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ==
ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก
จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องยุทโธปกรณ์ในส่วนนี้
เนื่องจากเขาต้องรับผิดชอบความมั่นคงในพื้นที่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ดังนั้นคลังแสงในเอเชียแปซิฟิกจึงไม่น่าจะถูกนำออกไปใช้
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้บริษัทผลิตอาวุธของสหรัฐฯ
เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตแล้ว
ผชช.ชี้คลังแสงสหรัฐฯ ในเอเชีย-แปซิฟิกยังพร้อม จี้ไต้หวันเร่งผลิตขีปนาวุธ
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ไต้หวันต้องเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพคลังแสง เพื่อป้องปรามกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันร่างงบประมาณพิเศษด้านกลาโหม ยังคงไม่ผ่านสภาฯ ขณะเดียวกัน มี ส.ส. เผยว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ยุทธศาสตร์และสากลศึกษาของสหรัฐ (CSIS) เข้าพบนายหานกั๋วอวี๋ ประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้มีการเตือนว่า หากงบกลาโหมไม่ผ่านความเห็นชอบก่อนประธานาธิบดีทรัมป์และสีจิ้นผิงพบปะกัน ไต้หวันอาจได้รับบทเรียนราคาแพง
==หวังติ้งอวี่ สส. พรรค DPP==
หากปล่อยให้เรื่องนี้ล่าช้าออกไป หลังปธน.ทรัมป์และสีจิ้นผิงพบปะกัน
จะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่งสำหรับไต้หวัน
ไต้หวันอาจได้รับบทเรียนที่แสนสาหัส
นักวิชาการวอนเร่งอนุมัติงบจัดซื้ออาวุธ เสริมการพึ่งพาตนเอง
ขณะที่นักวิชาการบางส่วนมองว่า รัฐบาลทรัมป์ยังคงมีเจตจำนงจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวัน จึงเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านเร่งผ่านงบประมาณกลาโหมโดยเร็ว โดยย้ำว่านอกจากการจัดซื้ออาวุธจากต่างประเทศแล้ว ไต้หวันต้องยกระดับขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาศักยภาพของกองทัพในระยะยาว
