ทรัมป์เลื่อนนัด สีฯ อ้างติดภารกิจที่วอชิงตัน
การพบหารือระหว่างสองผู้นำสหรัฐฯและจีนในปลายเดือนนี้ ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากสถานการณ์ในอิหร่านยังคงทวีความรุนแรงและทรัมป์ได้ยืนยันว่า จำเป็นต้องอยู่ในกรุงวอชิงตัน แม้จะมีการปฏิเสธว่าการเลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อกดดันจีนหรือเพื่อสนับสนุนการคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ แต่สหภาพยุโรปและเยอรมันต่างก็ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังทหารเข้าไปแทรกแซงพื้นที่ดังกล่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยสถานการณ์สงครามที่ยังดำเนินอยู่ทำให้ต้องอยู่ติดตามสถานการณ์ที่ทำเนียบขาว แม้จะมีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แต่ยอมรับว่าขณะนี้สหรัฐมุ่งความสำคัญไปที่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน พร้อมย้ำว่าการเลื่อนการพบปะครั้งนี้ไม่ได้มีเหตุผลทางการเมือง แต่เป็นผลจากสถานการณ์สงคราม
==ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์==
ผมอยากไปมาก แต่เนื่องด้วยสถานการณ์สงคราม
ผมคิดว่าผมจำเป็นต้องอยู่ที่นี่
EU ไร้ท่าทีเข้าร่วม เยอรมนีประกาศชัดไม่ร่วมปฏิบัติการทางทหาร
อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐจะแสดงท่าทีกดดันให้นานาประเทศเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันทางทหาร แต่กลับต้องเผชิญกับแรงต้านจากสหภาพยุโรป โดยสหภาพยุโรปเผยว่า แม้ยุโรปต้องการเสริมกำลังในพื้นที่ทะเลแดง แต่ประเทศสมาชิกยังไม่เห็นพ้องในการขยายอำนาจไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เยอรมนีประกาศชัดว่าจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารทุกอย่าง
==Boris Pistorius//รมว.กลาโหม เยอรมนี==
โดนัลด์ ทรัมป์ คาดหวังว่าเรือฟริเกตของยุโรปเพียงไม่กี่ลำ
จะสามารถทำอะไรได้ในช่องแคบฮอร์มุซ
ที่แม้แต่กองทัพเรือสหรัฐ ซึ่งมีศักยภาพสูงก็ยังทำไม่ได้
อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรือพาณิชย์ลดลง 97%
หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ปริมาณเรือพาณิชย์ลดลงถึง 97% ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 400 ล้านบาร์เรล ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศปล่อยน้ำมันสำรองสำหรับ 15 วัน ไปแล้วเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.69)
ไต้หวันใช้น้ำมันวันละ 820,000 บาร์เรล สต็อกพอใช้ 3–4 เดือน
จากสถิติพบว่า ไต้หวันใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 820,000 บาร์เรลต่อวัน มากเป็นอันดับที่ 25 ของโลก ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจเพียงพอสำหรับ 3–4 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้ หากอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะดันราคาน้ำมันโลกและต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้น เสี่ยงกระตุ้นเงินเฟ้อและก่อวิกฤตน้ำมันโลก
