ภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ถูกยกเลิก ทรัมป์เลือกใช้ภาษีนำเข้าแบบบังคับ 15%
หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่า ทรัมป์ไม่สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เรียกเก็บภาษีศุลกากรจากทั่วโลกได้ ทรัมป์ก็ได้ใช้กฎหมายอื่นตอบโต้ทันที โดยประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกจากเดิม 10% ขึ้นเป็น 15% ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดตามกฎหมาย
ความยินดีจากการฟื้นตัวของอัตราภาษีอยู่ไม่นาน ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ในตอนแรก ผู้ผลิตไวน์และคอนยัคของฝรั่งเศสต่างโล่งใจหลังจากศาลสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันศุกร์ว่าภาษีนำเข้าดังกล่าวผิดกฎหมาย และเตรียมที่จะฉลองด้วยแชมเปญ อย่างไรก็ตาม การประกาศภาษีนำเข้าใหม่ของทรัมป์ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนความยินดีของพวกเขาให้กลายเป็นความกังวลอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตชี้ให้เห็นว่ากระบวนการตัดสินใจของทรัมป์นั้นคล้ายกับเกมลงโทษ ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายอย่างหนักอีกครั้งให้กับผู้ที่หวังว่าจะมียอดขายที่ดีในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาอย่างสหรัฐอเมริกา
ตำหนิผู้พิพากษาไร้ความกล้า ทรัมป์บังคับเก็บภาษีสูง 15%
ต่อกรณีที่ศาลสูงสุดมีมติ 6 ต่อ 3 ว่ามาตรการภาษีดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย ทรัมป์ได้วิจารณ์อย่างรุนแรง และในวันเสาร์ได้ประกาศทันทีว่าจะปรับขึ้นภาษีทั่วโลก จาก 10% ที่เพิ่งลงนามเมื่อวันศุกร์ เป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามกฎหมาย โดยเขาวิพากษ์วิจารณ์ว่าหลายประเทศได้ “เอาเปรียบ” สหรัฐมาอย่างยาวนาน
==โดนัลด์ ทรัมป์ // ประธานาธิบดีสหรัฐ==
คำตัดสินของศาลสูงสุดเกี่ยวกับภาษี
ทำให้เรารู้สึกผิดหวัง
ผมรู้สึกละอายแทนผู้พิพากษาบางคน
ที่ไม่มีความกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประเทศของเรา
ความผันผวนเพิ่มความเสี่ยงด้านการลงทุน ส่งผลให้เอเชียระมัดระวังมากขึ้น
การโต้กลับอย่างฉับไวของทรัมป์ ทำให้ระบบการค้าโลกกลับเข้าสู่ความปั่นป่วนอีกครั้ง นักวิเคราะห์ชี้ว่าการปรับขึ้นภาษีไม่เพียงเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น แต่ยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในเอเชียตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเผชิญกับมาตรการภาษีที่แข็งกร้าวของทรัมป์ ประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ มักเลือกใช้แนวทาง “บริหารความเสี่ยง” มากกว่าการเผชิญหน้าหรือเจรจาใหม่ ความขัดแย้งทางกฎหมายระหว่างทรัมป์กับศาลสูงสุด รวมถึงเกมการทูตกับพันธมิตรประเทศต่าง ๆ คาดว่าคงยากจะยุติลงได้ในเวลาอันสั้น”
