สหรัฐฯ เคาะภาษีไต้หวัน 15% ไต้หวันยอมลงทุนในสหรัฐฯ 5 แสนล้านUSD
ภาษีไต้หวัน–สหรัฐฯ 15% ได้รับสิทธิพิเศษตามมาตรา 232
หลังการเจรจายาวนานถึง 9 เดือน คณะทำงานของสภาบริหารไต้หวัน ได้เสร็จสิ้นการประชุมสรุปร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และบรรลุผลสำเร็จสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ลดอัตราภาษีลงเหลือ 15% โดยไม่คิดเพิ่มจากอัตราภาษีเดิม และรับสิทธิพิเศษภาษีในระดับ “ดีที่สุด” ตามมาตรา 232
==เจิ้งลี่จวิน // รองนายกรัฐมนตรีไต้หวัน==
ที่ผ่านมา สินค้าอุตสาหกรรมของเรา
หลายรายการมีอัตราภาษีส่งออกไปสหรัฐฯ สูงกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
แต่หลังการเจรจาครั้งนี้
อัตราภาษีได้ถูกปรับให้อยู่ในระดับเดียวกัน
ลงทุนในสหรัฐฯ และค้ำประกันสินเชื่อ รวม 5 แสนล้านดอลลาร์
ในข้อตกลงดังกล่าว บริษัทเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีของไต้หวันจะต้อง “ลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ” อย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการลงทุนเพิ่มเติม รัฐบาลมีแผนจัดสรรวงเงินค้ำประกันสินเชื่ออีก 2.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยย้ำว่าใช้ “โมเดลไต้หวัน” คือให้ภาคเอกชนวางแผนการลงทุนอย่างอิสระ ไม่ถูกจำกัดด้วยโครงการของรัฐบาลสหรัฐฯ
ฝ่ายค้านกังวลอุตสาหกรรมย้ายฐาน เสี่ยงถูกดูดทรัพยากร กระทบทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม พรรคก๊กมินตั๋งตั้งข้อสงสัยว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจทำให้ “โล่ซิลิคอน” และห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในไต้หวันย้ายฐานไปสหรัฐฯ แม้ตัวเลขภาษีจะลดลง แต่ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยรวมทุกภาคส่วนอาจรุนแรง
==หนิวซวี่ถิง // ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋ง==
ที่ผ่านมา เงินกู้และการค้ำประกันสินเชื่อ
ส่วนใหญ่ใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไต้หวัน
และไม่เคยมีวงเงินสูงถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐมาก่อน
แต่ตอนนี้กลับนำเงินจำนวนนี้ ไปช่วยภาคเทคโนโลยี
ไม่เพียงทำให้เงินทุนไหลออกเท่านั้น
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไต้หวันจะทำอย่างไร
รัฐบาลย้ำเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ต่อข้อกังวลของฝ่ายค้าน สภาบริหารยืนยันว่า เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญไม่ใช่การ “ย้ายฐานอุตสาหกรรม” แต่คือการ “ต่อยอดและขยาย” อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวัน โดยเชื่อว่าความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานไม่ใช่การย้าย แต่คือการสร้าง เป็นการขยายการวางฐานในสหรัฐฯ และสนับสนุนสหรัฐฯ ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
