สภาไทยเลือกนายกฯ พิธาแคนดิเดตคนเดียวไม่ผ่านรอบแรก
เมื่อวานนี้ รัฐสภาไทยได้เปิดให้มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ถูกเสนอชื่อเพียง 1 คน คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล อย่างไรก็ตามรัฐสภาลงมติว่า นายพิธา ได้คะแนนไม่ถึง 376 เสียง ทำให้ไม่ได้รับการเลือกเป็นนายกฯ คนใหม่ อย่างไรก็ตามการโหวตครั้งนี้มี ส.ส. และ ส.ว.งดออกเสียงสูงถึง 200 คน
พิธาถูกกล่าวหาว่าทำผิด กม. ไม่มีคุณสมบัติ ผู้สนับสนุนส่งเสียงเชียร์
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้สนับสนุนพิธาไปรวมตัวกันหน้าสภาตั้งแต่เช้า หวังสร้างแรงกดดันให้ ส.ส. และ ส.ว. ลงคะแนนโหวตให้พิธา โดยการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำพรรคก้าวไกลกวาดที่นั่งในสภามาได้ 150 ที่ เป็นแกนนำร่วมกับอีก 8 พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล โดยมี ส.ส. อยู่ในมือ 312 ที่นั่ง จาก 500 ที่นั่งในสภา แต่ก็ยังมี ส.ว. อีก 250 ที่มาจากสรรหาของรัฐบาลทหาร ซึ่งพิธาจะต้องได้คะแนนเสียงทั้งจาก ส.ส. และส.ว. อย่างน้อย 376 คะแนน จึงจะสามารถขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ในที่สุดพิธาก็ได้เสียงสนับสนุนมาเพียง 324 คะแนนเท่านั้น โดยมีสมาชิกสภาเกือบ 200 คนงดออกเสียง
==พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ // หัวหน้าพรรคก้าวไกล==
สำหรับผลโหวตที่เกิดขึ้นในวันนี้
ผมยอมรับ แต่ผมจะไม่ยอมแพ้
ผมยอมรับว่าคะแนนโหวตของผมไม่ถึง 376 เสียง
ผมได้รับคะแนนโหวตเห็นชอบ 324 เสียง ในขณะที่มีผู้งดออกเสียง 200 คน
กกต.กล่าวหาพิธาว่าทำผิดกฎหมาย ส่งเรื่องให้ ศาล รธน.วินิจฉัย
ก่อนวันลงคะแนน กกต. ได้อ้างว่า พิธาถือหุ้นบริษัทสื่อแห่งหนึ่งและไม่ได้แจ้งให้ทราบพร้อมกันนี้เขายังถูกกล่าวหาว่า ยืนกรานลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่รู้ว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับ โดยคดีทั้งหมดถูกโอนไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ทำให้ผู้สนับสนุนพิธารู้สึกโกรธมากเมื่อทราบข่าวดังกล่าว
==นายอานนท์ นำภา // ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนของไทย==
ผู้สนับสนุนพิธา ตำหนิว่า กกต. ไม่ยุติธรรม ออกมาเรียกร้องตามถนน
ผู้สนับสนุนพิธา วิจารณ์ว่า กกต. ไม่มีความเป็นธรรม และใช้การไลฟ์สดเรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วมชุนนุม
กลุ่มผู้สูงอายุออกมาให้การสนับสนุน ขู่จะสู้เพื่อพิธาให้ถึงที่สุด
ในบรรดาผู้ชุมนุมจำนวนไมน้อยเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ออกมาถือป้ายว่าจะสู้เพื่อพิธาให้ถึงที่สุด
จะมีการลงคะแนนเลือกนายกฯ อีกครั้งในสัปดาห์หน้า พิธายังมีสิทธิ์
กกต. เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญระงับการปฏิบัติหน้าที่ในสภาของพิธาชั่วคราว ก่อนที่จะมีผลการวินิจฉัย สื่อไทยรายงานว่า แม้พิธาจะถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามหลักการแล้วก็ไม่มีผลกระทบต่อคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยสภาจะมีการลงคะแนนอีกครั้งในวันที่ 19 ก.ค.นี้ หากพิธาได้รับการเสนออีก ก็มีสิทธิ์ต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง
