อุทกภัยที่ชายแดนเนปาล ดับอย่างน้อย 800 ศพ สูญหาย 3,000 คน
กองทัพเนปาลส่งเฮลิคอปเตอร์ช่วยชีวิต หลายร้อยคนรอดตายหวุดหวิด
เมื่อสภาพอากาศเลวร้ายเริ่มคลี่คลายลง เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเนปาลก็บินขึ้นอีกครั้ง และบินวนเข้าไปในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่ออพยพประชาชนที่ติดค้างออกมายังพื้นที่ปลอดภัย
== นายทหารกองทัพบกเนปาล ==
เราได้ช่วยชาวเนปาลออกมาแล้ว 418 คน
นอกจากนี้ยังมีชาวจีนอีก 42 คน และชาวอินเดีย 8 คน
มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจทั้งหมด 274 เที่ยว
เพื่อขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์และค้นหาผู้ประสบภัย
คนงานโรงไฟฟ้ากว่าร้อยติดอุโมงค์ ทหารเจาะอุโมงค์ สอดท่ออากาศ
ส่วนที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม ยังมีผู้คนติดอยู่ในอุโมงค์โดยไม่ทราบชะตากรรม โดยช่วงเย็นของวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา กองทัพเนปาลได้เจาะอุโมงค์ เพื่อสอดท่ออากาศ และส่งกล้องเข้าไปค้นหาสัญญาณชีพ แต่ฝนตกหนักในช่วงเช้ามืด ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น พื้นที่ที่กำลังขุดเจาะถูกน้ำท่วมอีกครั้ง ส่งผลให้การช่วยเหลือยากลำบาก ขณะที่ทีมกู้ภัยมืออาชีพจากอินเดียและจีนได้เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัยแล้ว
ศพเน่าเปื่อยระบุตัวยาก เนปาลขอความช่วยเหลือตรวจ DNA
พื้นที่ประสบภัยกำลังประสบปัญหาการระบุตัวตนผู้เสียชีวิต ทางการทำได้เพียงเก็บตัวอย่าง DNA และดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็น แล้วเร่งฝังศพ เพื่อลดความเสี่ยงด้านสาธารณสุข เนปาลจึงขอความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศด้านเทคโนโลยีตรวจ DNA อย่างรวดเร็ว รวมถึงอุปกรณ์การรักษาสภาพศพให้ยาวนานขึ้น เพื่อช่วยยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิต
ถนน-สะพานพังยับ เฮลิคอปเตอร์ส่งเสบียงไปยังพื้นที่ประสบภัย
ผู้หนีรอดจากภัยพิบัติ กำลังเผชิญกับบททดสอบใหม่ เพราะผู้ประสบภัยจำนวนมากยังต้องการอาหาร น้ำดื่ม และที่พักชั่วคราว แต่เส้นทางถูกตัดขาด จึงได้แต่พึ่งเฮลิคอปเตอร์ช่วยส่งเสบียง ขณะที่อินเดีย สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้ทยอยส่งความช่วยเหลือมายังเนปาลแล้ว แต่ทางการเนปาลประเมินว่า การฟื้นฟูอาจต้องใช้งบประมาณสูงถึง 4,000–5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ความช่วยเหลือในปัจจุบัน จึงอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
