จีนกดดัน 3 ชาติยกเลิกสิทธิ์บินผ่านน่านฟ้า ปธน. ไล่ฯ ระงับการเยือนชั่วคราว
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ มีกำหนดออกเดินทางเยือนราชอาณาจักรเอสวาตีนี พันธมิตรทางการทูตในทวีปแอฟริกา ในวันนี้ (22 เม.ย. 69) แต่ต้องยกเลิกกะทันหัน เนื่องจาก 3 ชาติแอฟริกา เซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ ยกเลิกสิทธิ์การบินผ่านน่านฟ้า โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันได้จัดแถลงข่าวประณามจีนอย่างรุนแรง ท่ามกลางปฏิกิริยาสนับสนุนจากนานาชาติ
==อู๋เจาเซี่ย // เลขาธิการสภาความมั่นคงเห่งชาติไต้หวัน==
ตามความเข้าใจของพวกเรา
เห็นได้ชัดว่าได้รับแรงกดดันจากทางการปักกิ่ง
เมื่อทีมความมั่นคงแห่งชาติต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่
ก็ได้มีการประเมินอย่างรอบคอบและวางแผนใหม่อีกครั้ง
แต่เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้นำประเทศ
หรือความปลอดภัยด้านการบิน
ดังนั้นเราจึงตัดสินใจชะลอการเยือนครั้งนี้ออกไปก่อน
3 ชาติยกเลิกสิทธิ์บินผ่านน่านฟ้า ปธน. ไล่ฯ ระงับการเยือนเอสวาตินี
ก่อนออกเดินทางเพียงไม่นานก็เผชิญกับการปิดล้อมทางการทูต โดย 3 ประเทศของเส้นทางบินในทวีปแอฟริกาได้แก่ เซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ ได้ยกเลิกสิทธิการบินผ่านน่านฟ้าของเที่ยวบินพิเศษประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อซึ่งเดิมมีกำหนดการเยือนเพื่อเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกและวันคล้ายวันพระราชสมภพของกษัตริย์แห่งเอสวาตินี จึงต้องสั่งระงับฉุกเฉิน
==พันเมิ่งอัน // เลขาธิการทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน==
ทางการปักกิ่งแสดงท่าทีภายนอกเหมือนปรารถนาดีต่อไต้หวัน
และสองฝั่งช่องแคบต้องมีสันติภาพ แต่ในอีกด้านหนึ่ง
ก็ยังคงดำเนินการข่มขู่และกดดันไต้หวันในหลายรูปแบบ
ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนไต้หวัน
แบบนั้นจึงยิ่งพิสูจน์ได้ว่าที่กล่าวอ้าง
จีนมีความปรารถนาดีนั้นเป็นเท็จ แต่การคุกคามคือเรื่องจริง
ทำเนียบฯ ประณามการกระทำของจีน นานาชาติหนุนไต้หวัน
นานาชาติต่างทยอยออกมาแสดงจุดยืน โดย IPAC (กลุ่มพันธมิตรจีนแห่งรัฐสภาข้ามชาติ) ได้ออกแถลงการณ์ในทันที ระบุว่าประเทศต่างๆ มีสิทธิในการกำหนดนโยบายการทูตอย่างอิสระ และทางการปักกิ่งไม่มีสิทธิแทรกแซง
ปธน.ไล่ฯ ระงับการเยือน ตปท. ส.ส.สหรัฐฯ แชร์โพสต์สนับสนุน ปธน.
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามหรือการกดดันใดๆ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความมุ่งมั่นในการก้าวสู่เวทีโลกของไต้หวันได้ โดยคณะกรรมาธิการการต่างประเทศแห่งรัฐสภาสหรัฐฯ ก็ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวทันที พร้อมระบุว่าจะยืนเคียงข้างไต้หวัน เพื่อต่อต้านการบีบบังคับอย่างเปิดเผยเช่นนี้
