ไทยจัดงาน Death Fest ชวนคนตื่นรู้ เผชิญการเกิดแก่เจ็บตาย
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการจัดงาน Death Fest ครั้งที่สอง ภายในงานมีการทดลองนอนในโลงศพแบบต่างๆ และการนำชมสุสานออนไลน์ เพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้และกล้าที่จะพูดถึงความตายอย่างเปิดเผย งานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้คนเผชิญหน้ากับโรคภัย ความแก่ และจุดสิ้นสุดของชีวิต แต่ยังชวนให้ทุกคนหันกลับมาทบทวนถึงคุณภาพชีวิตและความหมายของการมีชีวิตอยู่
เผชิญหน้าการเกิดแก่เจ็บตาย เปลี่ยนความกลัวเป็นความเข้าใจ
การพูดถึงความตายยังคงเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับใครหลายคน แต่ในประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมที่ชื่อว่าเทศกาลความตาย เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนเผชิญหน้ากับวาระสุดท้ายของชีวิต โดยเน้นเรื่องเกิดแก่เจ็บตาย นำเสนอการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย ตั้งแต่การดูแลประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้าย ความสัมพันธ์ในครอบครัว ไปจนถึงมรณานุสติศึกษา รวมถึงการทดลองลงไปนอนในโลงศพให้ผู้เข้าร่วมได้จ้องมองตนเองผ่านกระจก เพื่อใคร่ครวญถึงคุณค่าของการมีชีวิต เปลี่ยนความกลัวเป็นความเข้าใจ
โลงศพจากใยเห็ดไมซีเลียม ย่อยสลายเองได้เองตามธรรมชาติ
ไฮไลต์สำคัญในงานคือโลงศพที่ทำมาจาก "ไมซีเลียม" เส้นใยจากเห็ดรา ซึ่งสามารถย่อยสลายเองได้เองตามธรรมชาติหลังการฝัง ทางเลือกใหม่ในการฝังศพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ไว้อาลัยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทางเลือกใหม่ยุคดิจิทัล
ในยุคดิจิทัล ผู้ให้บริการได้เปิดตัวแพลตฟอร์มรำลึกออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บรูปภาพและแบ่งปันเรื่องราวของผู้ล่วงลับ สร้างพื้นที่ดิจิทัลให้ครอบครัวและมิตรสหายเข้ามาเขียนข้อความแสดงควาอาลัย
ทลายกำแพงความเชื่อ ชวนมองความตายด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง
ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 สำหรับเทศกาลความตาย ซึ่งมาในธีมการตระหนักถึงความร่วงโรย ความเจ็บป่วยและความตาย บูรณาการศิลปศาสตร์ แพทยศาสตร์ และมรณานุสติศึกษาเข้าไว้ด้วยกันมุ่งหวังให้สาธารณชนขบคิดและตีความหมายที่แท้จริงของคำว่าคุณภาพชีวิตที่ไม่ได้มีแค่การดำรงอยู่เท่านั้นแต่รวมถึงการเคียงข้างและการบอกลา ทลายกำแพงความเชื่อเรื่องความตาย สู่มุมมองใหม่ในการเข้าถึงคุณค่าของชีวิต
