ทรัมป์ขู่บอมบ์โรงไฟฟ้า ตอบโต้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อคืนวานนี้ (22 มี.ค. 69) ตามเวลาสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขาดต่ออิหร่านว่า หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง สหรัฐฯ จะทำลายโรงไฟฟ้าทุกแห่งภายในประเทศอิหร่าน ด้านอิหร่านตอบโต้ว่า หากสหรัฐฯ ทำลายโรงไฟฟ้า จะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขาดต่ออิหร่านโดยขีดเส้นตายภายใน 48 ชั่วโมงให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะทำลายโรงไฟฟ้า แต่สิ่งที่อิหร่านตอบกลับมาคือการตอบโต้ที่แข็งกร้าวยิ่งกว่าเดิม
==Ebrahim Zolfaghari // โฆษกกองบัญชาการกลางกองทัพอิหร่าน==
หากสหรัฐฯ ลงมือกระทำการตามคำข่มขู่ที่มีต่อโรงไฟฟ้าของอิหร่าน
เราจะดำเนินมาตรการลงโทษดังต่อไปนี้ในทันที
1.ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดลงโดยสมบูรณ์
จนกว่าโรงไฟฟ้าของฝ่ายเราที่ถูกทำลายจะได้รับการฟื้นฟูเสร็จสิ้น
2.โรงไฟฟ้า แหล่งพลังงานและ
โครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศของรัฐชาติชาวยิว
จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอย่างรุนแรง
อิหร่านโต้ตอบ แหล่งพลังงานของสหรัฐฯ ล้วนเป็นเป้าหมายโจมตี
ทางการเตหะรานยังระบุด้วยว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งหมดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ รวมถึงโรงไฟฟ้าแห่งชาติในฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่ง จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการกลั่นน้ำทะเล ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอุปโภคของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ปัจจุบันช่องแคบฮอร์มุซอนุญาตให้เฉพาะเรือของพันธมิตรอิหร่านผ่านทางเท่านั้น ส่วนผู้ที่ถูกมองว่าเป็น "ศัตรูของอิหร่าน" จะถูกสั่งห้าม มีเรือบรรทุกน้ำมันของบางประเทศ เช่น อินเดียและปากีสถาน ที่มีการเจรจาจนได้รับสิทธิในการผ่านทางอย่างปลอดภัย แต่เรือส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่ภายในช่องแคบ
อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลลูกรก สงครามทวีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
สหรัฐฯ และอิสราเอลระบุว่า หลังโจมตีทางอากาศติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ขีดความสามารถของอิหร่านในการแสดงแสนยานุภาพต่อประเทศอื่นถดถอยลงอย่างรุนแรง กระทั่งวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา อิหร่านก็ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลไปยังฐานทัพร่วมของสหรัฐฯ และอังกฤษในมหาสมุทรอินเดีย ส่งผลให้ความเสี่ยงที่อิหร่านจะโจมตีพื้นที่นอกตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น
