สหรัฐประกาศใช้มาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ
ค่านายหน้าคือ “หนี้ผูกมัด” ภาคเกษตร-ประมง-อุตฯ เตรียมถูกสอบ
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศเริ่มการสอบสวนตามมาตรา 301(b) ของกฎหมายการค้า โดยมุ่งตรวจสอบประเด็นแรงงานบังคับ ซึ่งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในไต้หวันอาจต้องเผชิญการตรวจสอบ ขณะที่กลุ่มแรงงานระบุว่า ตามดัชนีชี้วัดแรงงานบังคับ 11 ประการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ปัญหาที่แรงงานต่างชาติในไต้หวันเผชิญมากที่สุดคือการถูกผูกมัดด้วยหนี้จากค่านายหน้าในอัตราสูง โดยภาคการผลิต ประมง และเกษตรกรรมมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการตรวจสอบดังกล่าว
==หวังอิงต๋า//ผอ.ฝ่ายนโยบายแรงงานต่างชาติ สมาคม SPA เถาหยวน==
(กระทรวงแรงงาน) เพิ่งประกาศเมื่อไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนว่า
จะเร่งทบทวนและแก้ไขกฎหมายภายใน 3 ปี
เพื่อให้แรงงานต่างชาติไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกต่อไป
ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเพียง
มาตรฐานขั้นต่ำที่สุดของนานาชาติเท่านั้น
ออกแนวทางป้องกันแรงงานบังคับ ชูอุตฯอิเล็กทรอนิกส์-จักรยานนำร่อง
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ที่ผ่านมาไต้หวันยังขาดกฎระเบียบด้านการป้องกันแรงงานบังคับที่เป็นระบบ โดยมาตรา 5 ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ซึ่งห้ามบังคับใช้แรงงานด้วยความรุนแรง การข่มขู่ หรือการกักขัง ยังมีถ้อยคำที่คลุมเครือ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (2569) กระทรวงแรงงานได้ประกาศแนวทางอ้างอิงเพื่อป้องกันแรงงานบังคับสำหรับภาคธุรกิจ โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ และจักรยาน เป็นกลุ่มแรก
==เซียวเหม่ยฉิน//รองประธานาธิบดีไต้หวัน==
เราจะติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมของไต้หวัน
แต่ในขณะเดียวกันก็จะยังคง
รักษาการสื่อสารที่ดีอย่างยิ่งกับฝ่ายสหรัฐ
เพื่อให้มั่นใจว่าฉันทามติที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุร่วมกัน
ก่อนที่ศาลสูงสุดจะมีคำวินิจฉัย ซึ่ง
ก็คือการให้ไต้หวันได้รับความได้เปรียบในระดับหนึ่ง
และการปฏิบัติที่ดีที่สุดนั้นจะยังคงได้รับการรับประกันต่อไป
สภาบริหารเผย ก.พ.ลงนามข้อตกลงไต้หวัน–สหรัฐ ป้องกันแรงงานบังคับ
สภาบริหารเผยว่า ไต้หวันได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเท่าเทียมไต้หวัน–สหรัฐ (ART) ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (2569) โดยได้ระบุคำมั่นในการป้องกันแรงงานบังคับและห้ามนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ เชื่อมั่นว่าจะสามารถคุ้มครองผลประโยชน์สูงสุดของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมไต้หวันได้
