สหรัฐฯ ส่งกำลังพล 200 นาย เครื่องบินรบ 150 ลำ คุมตัวมาดูโรและภริยา
หลังจากที่สหรัฐฯ จับกุมประธานาธิบดีมาดูโรแห่งเวเนซุเอลาและภรรยา กระทรวงกลาโหมเปิดเผยรายละเอียดว่าปฏิบัติการดังกล่าวใช้กองกำลังรวมกว่า 200 นาย พร้อมกล่าวว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียที่เวเนซุเอลาใช้นั้นดูจะไม่ได้ผล ขณะเดียวกันทรัมป์ก็ได้แสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าวต่อทรัพยากรน้ำมันในเวเนซุเอลา
ทรัมป์:รัฐบาลรักษาการเวเนฯ ส่งมอบน้ำมันดิบอย่างน้อย 30 ล้านบาร์เรล
3 มกราคม กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโรและภริยา จากนั้นไม่นานทรัมป์ก็ได้กล่าวถึงทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา และเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการ ส่งมอบน้ำมันดิบ 30-50 ล้านบาร์เรลให้แก่สหรัฐฯ ในราคาตลาด พร้อมเตือน เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการ ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือ อาจเป็นมาดูโรรายต่อไป
สหรัฐฯ ส่งกำลังพล 200 นาย เครื่องบินรบ 150 ลำ คุมตัวมาดูโรและภริยา
นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่า ปฏิบัติการจู่โจมกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลาครั้งนี้ ใช้เครื่องบินรบกว่า 150 ลำ กำลังพลเกือบ 200 นาย
==พีท เฮกเซธ // รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ==
ดูเหมือนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย
จะไม่มีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ จริงไหม?
เราสามารถจับกุมอาชญากรกลางกรุงการากัส
ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ต้องการตัวได้
โดยไม่มีชาวอเมริกันเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว
ฟื้นฟูศักยภาพในการป้องปราม
ทรัมป์ขู่ปธน.โคลอมเบีย ลั่นอาจใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซง
นอกจากมาดูโรแล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล่าวถึง กุสตาโว เปโตรประธานาธิบดีโคลอมเบีย โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นพ่อค้ายาเสพติด พร้อมเปรียบเปรยว่าโคลอมเบียกำลังป่วยหนัก เพราะถูกปกครองโดยบุคคลที่มีอาการทางจิต ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและขายโคเคน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า การใช้มาตรการทางทหารต่อโคลอมเบียดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ไม่เลวนัก
ปธน.โคลอมเบียตำหนิทรัมป์แทรกแซง ลั่นเพื่อชาติพร้อมกลับไปจับอาวุธสู้
กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ตำหนิการแทรกแซงกิจการภายในของทรัมป์ และควรยุติการหมิ่นประมาท ลั่นพร้อมจับอาวุธเพื่อชาติ
ทรัมป์เสนอส่งกองทัพช่วยปราบยาเสพติด แต่ถูก ปธน.เม็กซิโก ปฏิเสธ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงเม็กซิโกว่า เขาเคยเสนอต่อประธานาธิบดีเม็กซิโก ว่าจะส่งกองทัพสหรัฐฯ เข้าไปช่วยปราบปรามยาเสพติด หลายต่อหลายครั้ง แต่ถูกปฏิเสธ ด้านผู้นำเม็กซิโกย้ำว่า แม้เชื่อว่าสหรัฐฯ จะไม่รุกรานเม็กซิโก แต่ในฐานะประเทศอธิปไตยที่ปกครองโดยประชาชน เม็กซิโกจะไม่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในโดยเด็ดขาด
