ไต้หวันติดอันดับ 14 ของประเทศที่ร่ำรวยที่สุดนำหน้า จีน ญี่ปุ่น และ เกาหลี
นิตยสาร Global Finance ของสหรัฐฯ ประกาศผลการจัดอันดับประเทศร่ำรวยทั่วโลก 3 อันดับแรกได้แก่ ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และสิงคโปร์ ขณะที่ไต้หวันอยู่ในอันดับที่ 14 แซงหน้าจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่มีผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การจัดอันดับนี้อ้างอิงจากกำลังซื้อที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งไต้หวันมีเกณฑ์อัตราค่าครองชีพค่อนข้างต่ำ ดังนั้นกำลังซื้อสัมพัทธ์จึงค่อนข้างแข็งแกร่ง
Global Finance จัดไอร์แลนด์เป็นอันดับ1 ปท.ที่ร่ำรวยที่สุด ไต้หวันอันดับ14
เมื่อปลายปี 2566 นิตยสาร Global Finance ได้มีการจัดอันดับประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยอันดับ1 คือ ไอร์แลนด์รองลงมาได้แก่ ลักเซมเบิร์ก และ สิงคโปร์ ประเทศไต้หวันอยู่อันดับที่14 (แม้ว่าจะมีขนาดเล็กและประชากรหนาแน่น)
==ศ.ชิวจวิ้นหรง // คณะเศรษฐศาสตร์ NCU==
เหตุผลที่อธิบายได้ง่ายคือ
ราคาสินค้าในไต้หวันค่อนข้างต่ำ
เทียบภาวะเสมอภาคของอำนาจซื้อ ไต้หวันได้เปรียบเรื่องราคาสินค้าที่ต่ำกว่า
ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า การจัดอันดับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปรียบเทียบกำลังซื้อจริงของแต่ละพื้นที่ ไต้หวันมีความโดดเด่นเนื่องจากราคาสินค้าต่ำ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่รู้สึกว่าสินค้าราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบ10 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถซื้อของที่ไต้หวันได้มากกว่า
==นักท่องเที่ยวเกาหลี ==
ราคาสินค้าไต้หวันถูกกว่าเกาหลี
หากดูจากค่า GDP แทนกำลังซื้อ ไต้หวันยังคงตามหลังญี่ปุ่นกับเกาหลี
ตามดัชนี Big Mac Index ในเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา หากต้องการซื้อบิ๊กแมคเบอร์เกอร์ ในสวิตเซอร์แลนด์ จะมีราคาประมาณ7.73 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งแพงที่สุดในโลก ในอเมริกา 5.58 ดอลลาร์สหรัฐ ในจีน 3.50 ดอลลาร์สหรัฐ และในไต้หวันเพียง 2.39 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ให้เห็นว่าหากมองที่ค่า GDP ไต้หวันยังคงตามหลังญี่ปุ่นและเกาหลี
==ชิวต๋าเฉิง // นักวิจัยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน==
อย่าลืมว่าราคาสินค้าในญี่ปุ่นและเกาหลีสูงกว่ามาก
รัฐบาลอุดหนุนค่าน้ำค่าไฟ และอัตราภาษีที่ค่อนข้างถูก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่ราคาสินค้าของไต้หวันถูกกว่ากลุ่มประเทศยุโรป เนื่องจากมาตรการอุดหนุนค่าน้ำและไฟฟ้า รวมถึงอัตราภาษีที่ต่ำ แต่ในส่วนของ GDP ยังต้องพยายามขับเคลื่อนให้ขยายตัวขึ้นต่อไป
