รูบิโอ: แม้ปักกิ่งคัดค้าน แต่นโยบายสหรัฐ-ไต้หวันยังไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อเร็วๆ นี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่า ข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ไต้หวัน ซึ่งอยู่ระหว่างการรออนุมัติ ถือเป็นไพ่ต่อรองที่ดีในการเจรจา มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า แม้รัฐบาลปักกิ่งจะคัดค้านอย่างรุนแรง แต่นโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อไต้หวันยังไม่เปลี่ยน พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ขอความเห็นชอบจากจีนในเรื่องนี้ และระบุว่าโครงการขายอาวุธไม่ได้ถูกระงับ แต่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาตามกระบวนการ
รูบิโอเผยการขายอาวุธให้ไต้หวัน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
หลังการพบกันระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันถูกจับตามองเป็นพิเศษ เมื่อวันที่ 2 ตามเวลาสหรัฐฯ รูบิโอเปิดเผยแผนการขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของทำเนียบขาว แม้จีนจะหยิบยกประเด็นการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวันขึ้นมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แต่จะไม่ส่งผลให้ทำเนียบขาวชะลอการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว
==มาร์โก รูบิโอ // รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ==
นโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ผมคิดว่าเป็นที่ชัดเจนว่า
ฝ่ายจีนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในคำแถลง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น
หลังการประชุมทรัมป์-สี จีนกำลังปั่นกระแส “ไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ” ในไต้หวัน
หลังการประชุมทรัมป์-สี จิ้นผิง สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเตือนว่า จีนกำลังปั่นกระแส 'ไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ' ในไต้หวัน และพยายามใช้ประเด็นการขายอาวุธเพื่อลดทอนความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ
ไต้หวัน-สหรัฐฯ ควรเชื่อมโยงระบบบัญชาการ แบ่งปันข่าวกรองและซ้อมรบร่วม
อดีตพลเรือตรีของกองทัพเรือสหรัฐฯ เห็นว่า แนวทางของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนความมั่นคงของไต้หวันยังคงมุ่งเน้นไปที่การขายอาวุธเป็นหลัก แต่กลับมองข้ามปัญหาสำคัญ นั่นคือการที่กองทัพไต้หวันและกองทัพสหรัฐฯ ยังขาดขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ดังนั้น สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการคือการสร้างระบบสื่อสารร่วม ระบบบัญชาการและควบคุมที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ รวมถึงการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกัน
ไต้หวันซ้อมรบ “เทียนหม่า” ขณะที่จีนเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวัน
กองทัพไต้หวันได้ดำเนินการฝึกซ้อมทางทหารหลายรายการในสัปดาห์นี้ รวมถึงการฝึก “เทียนหม่า” และ “เหลยถิง” ซึ่งมีการใช้อาวุธจริง ส่งผลให้จีนจับตาอย่างใกล้ชิด โดยนอกจากจะส่งโดรนเข้ามาลาดตระเวนและสอดแนมแล้ว ยังเพิ่มกิจกรรมทางอากาศรอบไต้หวันอีกด้วย เมื่อวันที่ 4 จีนส่งเครื่องบินทหารรวม 32 เที่ยวบิน โดย 25 เที่ยวบินได้ข้ามเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันและเข้าสู่น่านฟ้าทางตอนเหนือ ตอนกลาง ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกของไต้หวัน พร้อมกับส่งเรือรบ 15 ลำเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ช่องแคบไต้หวัน ขณะที่กองทัพไต้หวันได้ติดตามสถานการณ์และรับมืออย่างใกล้ชิด
