เวียดนามสั่งห้ามเลี้ยงหมีเพื่อสกัดน้ำดี แต่ยังมีกว่า 150 ตัวถูกเลี้ยงเพื่อรีดน้ำดี
ความเชื่อว่าดีหมีมีสรรพคุณทางยา นำมาซึ่งการทารุณสัตว์ในหลายประเทศรวมถึงเวียดนาม แม้จะมีคำสั่งแบนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 แต่ปัจจุบันยังคงมีหมีควายราว 150 ตัวใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานอยู่ในกรงแคบๆ และมืดมิด เพื่อรอถูกรีดน้ำดี กลุ่มพิทักษ์สัตว์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนาม กวาดล้างฟาร์มหมีให้หมดภายในสิ้นปีนี้
การรีดน้ำดีจากหมีมีความโหดร้าย บางประเทศในเอเชียยังไม่ยกเลิก
หมีดำตัวนี้ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือ ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กแคบๆ มีอาการกระสับกระส่าย น้ำดีของหมีถูกใช้ในแพทย์แผนโบราณ โดยเชื่อว่าสามารถรักษาโรคเกี่ยวกับตับและถุงน้ำดี ทำให้หลายประเทศในเอเชียยังคงมีฟาร์มเลี้ยงหมีเพื่อรีดน้ำดี แม้ว่าเวียดนามจะออกกฎหมายห้ามตั้งแต่ปี 2005 และจำนวนจะลดลงมากแล้ว แต่ยังคงมีหมีราว 150 ตัวที่ต้องใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย
หมีถูกขังในกรงเหล็กนานหลายปี ขาดสารอาหาร การรีดน้ำดียิ่งโหดร้าย
องค์กรพิทักษ์สัตว์ระบุว่า หมีดำที่ถูกเลี้ยงมักถูกขังในกรงเหล็กเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่ได้สัมผัสแสงแดดและขาดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ กระบวนการรีดน้ำดียิ่งโหดร้าย
==จิล โรบินสัน // ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสัตว์เอเชีย==
หมีดำถูกวางยาด้วยเคตามีนอย่างผิดกฎหมาย
ทำให้หมดสติ
จากนั้นใช้เข็มยาวประมาณ 6 นิ้ว แทงเข้าไปในช่องท้อง
โดยใช้อัลตราซาวด์เพื่อหา
ซึ่งในกระบวนการนี้
เข็มย่อมแทงโดนอวัยวะอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
องค์กรพิทักษ์สัตว์ยื่นคำร้องช่วยหมี เรียกร้องรัฐบาลยุติการกระทำโหดร้าย
ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา องค์กรพิทักษ์สัตว์ได้ร่วมมือกับรัฐบาลเวียดนาม ช่วยเหลือหมีดำมาแล้วกว่า 290 ตัว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีผู้เลี้ยงจำนวนมากอ้างว่าเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ทำให้การปราบปรามยากขึ้น จากการตรวจของสัตวแพทย์พบว่า หมีที่ได้รับการช่วยเหลือส่วนใหญ่ มีบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจจากการถูกกักขังและถูกสกัดน้ำดีอย่างต่อเนื่อง อาการที่พบ ได้แก่ ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ตาบอด ฟันหักจากการกัดกรงเหล็ก และบางตัวถึงขั้นเป็นมะเร็งตับ เพื่อยุติฟาร์มหมีรีดน้ำดีผิดกฎหมายในเวียดนามภายในสิ้นปีนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์ได้เริ่มแคมเปญลงชื่อเรียกร้อง เพื่อช่วยเหลือหมีดำที่เหลืออยู่ 150 ตัว ให้ได้รับอิสรภาพ และได้ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม
