รายงานสหรัฐฯ เผยจีนมีศักยภาพบุกและคว้าชัยเหนือไต้หวัน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานกำลังรบประจำปี 2025 ระบุว่ากองทัพจีนตั้งเป้าเสริมสร้างกำลังทางทหารให้บรรลุเป้าหมายบุกยึดไต้หวันภายในปีค.ศ. 2027 พร้อมเผย 4 แนวยุทธวิธีการทหารของจีน และคาดว่าในปี ค.ศ. 2030 จีนอาจมีหัวรบนิวเคลียร์ถึง 1,000 ลูก
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับขีดความสามารถทางทหารของกองทัพจีนโดยเผยว่า กองทัพจีนมีเป้าหมายและศักยภาพในการบุกยึดไต้หวันได้ภายในปี ค.ศ. 2027
==โจวอวี่ผิง // ผบ. กองกำลังแผนงาน กองบัญชาการขีปนาวุธไต้หวัน==
ในด้านยุทธศาสตร์การป้องกันโดยรวม
เราได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มที่แล้ว
ขณะเดียวกัน เราก็กำลังขยายขอบเขต
และศักยภาพในการโจมตีเชิงลึกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
รายงานสหรัฐฯ เผย 4 ยุทธวิธีบุกไต้หวัน ชี้จีนมีศักยภาพคุกคามสหรัฐฯ
รายงานระบุหากปักกิ่งประเมินแล้วว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการทางทหารต่อไต้หวัน อาจพิจารณา 4 แนวทาง ดังนี้ ข่มขู่คุกคามโดยไม่ประกาศสงคราม ระดมโจมตีร่วมกันทุกเหล่าทัพ ปิดน่านน้ำและน่านฟ้ารอบไต้หวัน และการยกพลขึ้นบก นอกจากนี้ รายงานยังเผยว่า กองทัพจีนมองสหรัฐฯ เป็นศัตรูที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ จีนยังเร่งขยายอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง จนมีศักยภาพคุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยตรง
==เฉินกั๋วหมิง // บรรณาธิการข่าว นิตยสาร Defence International==
สิ่งที่สหรัฐฯ เฝ้าระวังเป็นพิเศษก็คือ
อาวุธนิวเคลียร์ของประเทศไหนสามารถยิงมาถึง (สหรัฐฯ)
จริงๆ แล้ว จำนวนอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดของจีน
ไม่ถึงหนึ่งในสิบ
ของสหรัฐฯ และรัสเซีย
แต่อาวุธนิวเคลียร์มีลักษณะเฉพาะ
เพียงลูกเดียว ก็สามารถทำลายล้าง
ลอสแอนเจลิสได้
ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง
รายงานชี้จีนอาจครองหัวรบนิวเคลียร์ 1,000 หัวก่อนปี ค.ศ. 2030
รายงานยังระบุอีกว่า จีนอาจครอบครองหัวรบนิวเคลียร์กว่า 1,000 หัว ก่อนปี ค.ศ. 2030 นอกจากนี้ จีนน่าจะมีขีปนาวุธข้ามทวีป และระบบตรวจจับการโจมตีที่ส่งสัญญาณเตือนได้ภายใน 90 วินาที ซึ่งจะช่วยให้สามารถตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที
