20 ปี สึนามิ จากเด็กกำพร้าสู่ชีวิตใหม่
ใกล้ถึงวันครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มภาคใต้ของไทยและภูมิภาคเอเชียใต้เมื่อปี 2547 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 225,000 ราย เฉพาะประเทศไทยคลื่นยักษ์สึนามิส่งผลให้มีเด็กกำพร้าประมาณ 1-2,000 คน ในวันนี้เด็กกำพร้าเหล่านั้นได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อพวกเขาย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำและเปี่ยมล้นด้วยความอาลัยที่มีต่อญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไป
คลื่นยักษ์สึนามิ เด็กไทยเกือบสองพันคนกำพร้าในชั่วข้ามคืน
เมื่อ 20 ปีก่อน แผ่นดินไหวขนาด 9.1 ตามมาตราริกเตอร์ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่พรากชีวิตพ่อแม่ของพิรุณขณะที่เขาอายุเพียง 8 ปี และทำให้เด็กไทยร่วมสองพันคนต้องกำพร้าในชั่วข้ามคืน
คลื่นยักษ์พรากพ่อแม่ เหตุการณ์เมื่อ 20 ปีก่อนยังฝังใจ
พิรุณย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ขณะวิ่งเตือนเพื่อนบ้านให้ขึ้นที่สูงเพื่อหนีสึนามิ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะความเร็วของคลื่นยักษ์ได้ ส่งผลให้เขาสูญเสียทั้งพ่อและแม่จากภัยพิบัติครั้งนี้
สึนามิถล่มหลายประเทศในเอเชียใต้ คร่า 225,000 ชีวิต
สึนามิในครั้งนั้นยังคร่าชีวิตผู้คน 225,000 คนในเอเชียใต้ รวมถึงไทย อินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา และมัลดีฟ
เด็กกำพร้าผู้รอดชีวิตจากสึนามิกลัวเสียงคลื่นจนนอนไม่หลับ
เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้พิรุณ กลายเป็นคนกลัวเสียงคลื่นจนนอนไม่หลับ หลังย้ายจากบ้านเกิดที่เกาะพระทองไปอยู่กับญาติ จึงค่อยๆดีขึ้น
ลุงผู้เลี้ยงดูยังคงเป็นบุคคลสูญหายจนปัจจุบัน
วรรธนะ สิทธิราโชติ อายุ 30 ปี สูญเสียลุงที่เลี้ยงดูเขาและยังคงเป็นบุคคลสูญหายจนถึงปัจจุบัน เขามองดูรูปลุงอันเป็นที่รักด้วยความคิดถึงอย่างสุดหัวใจ
หลังรอดชีวิตเป็นซึมเศร้า ได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิจนเติบโต
วรรธนะผ่านภาวะซึมเศร้าด้วยการช่วยเหลือจากมูลนิธิที่ดูแลเด็กกำพร้าจากสึนามิ ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิและให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้าและลูกหลานของผู้ต้องขัง
อนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็ม สัญลักษณ์แห่งความเจ็บปวดและกำลังใจ
อนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็มจังหวัดพังงา ยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางท้องฟ้าอันสดใส เป็นสถานที่แห่งการรำลึกถึงผู้สูญเสีย แม้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็เป็นแรงขับเคลื่อนและกำลังใจให้แก่ผู้รอดชีวิตในการก้าวเดินไปข้างหน้า
