ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ "เศรษฐา" พ้นตำแหน่งนายกฯ ปมแต่งตั้ง "พิชิต"
คุณผู้ชมคะเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำวินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและมีผลให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะด้วย นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 สัปดาห์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีทางการเมือง โดยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมเพิ่งจะวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล สภาผู้แทนราษฎรของไทย จะมีการเลือกนายกรีฐมนตรีคนใหม่ ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้
นายกฯ ถูกปลด ปมแต่งตั้งผู้มีประวัติทุจริตเป็น รมต. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เมื่อวานนี้ (14 สิงหาคม) ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำวินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีการปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนเมษายน นายเศรษฐาได้แต่งตั้งให้นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพิชิต ชื่นบาน เป็นอดีตทนายความเคยมีคดีติดสินบนศาล 2 ล้านบาทจากการต่อสู้คดีที่ดินในปี 2551 และถูกตัดสินจำคุกหกเดือนฐานละเมิดอำนาจศาล อดีตสมาชิกวุฒิสภา 40 คนจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่านายเศรษฐาเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ นายพิชิต ลาออกจากตำแหน่งแล้ว ส่วนศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้นายเศรษฐา พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี 16 ส.ค. เลือกนายกฯคนใหม่
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ขึ้นเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี โดยจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) อย่างไรก็ดี ชาวไทยโดยทั่วไปไม่แปลกใจที่นายเศรษฐาถูกปลด เพราะเขาไม่ได้ทำตามนโยบายที่ให้ไว้หลังเข้ารับตำแหน่ง และรู้สึกว่านี่เพียงเป็นเกมการเมืองที่สกปรก
นายกฯคนใหม่ ต้องได้เสียงสนับสนุนจากสภามากกว่าครึ่งหนึ่ง
ตามข้อกำหนด นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย จะต้องมาจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันมีประมาณ 6 คน (รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาด้วย) ปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรไทยมีสมาชิกทั้งหมด 493 คน นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าครึ่ง หรือประมาณ 247 เสียง อย่างไรก็ดี นี่เป็นคำวินิจฉัยครั้งที่ 2 ของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกลเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ส่งผลให้สถานการณ์การเมืองไทยปั่นป่วน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หวังว่าการเปลี่ยนแปลงทางอำนาจของรัฐบาลไทยจะเป็นไปอย่างสันติ และเน้นย้ำถึงความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนระหว่างสหรัฐฯกับไทยจะไม่เปลี่ยนแปลง
