ไต้หวันวิกฤต! ประชากรลดต่อเนื่อง 31 เดือน ตายแซงเกิด 66 เดือนติด
ประชากรไต้หวันลดต่อเนื่อง ปัญหา “เด็กเกิดน้อย” ขึ้นแท่นวิกฤตระดับชาติ
ปัญหาเด็กเกิดน้อย ขึ้นแท่นวิกฤตระดับชาติ ประชากรไต้หวันลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ (10 ส.ค. 69) กระทรวงมหาดไทยไต้หวัน เผยสถิติประชากรล่าสุด พบว่าในเดือนกรกฎาคมมีเด็กเกิดใหม่เพียง 7,906 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 17,119 คน ซึ่งมากกว่ายอดเด็กเกิดใหม่ถึง 2.17 เท่า จำนวนคนตายแซงหน้าคนเกิดติดต่อกันเป็นเดือนที่ 66 แล้ว
==คุณหลิน // พลเมืองนิวไทเป==
ค่าครองชีพสูงขึ้น นอกจากต้องรับผิดชอบตัวเองแล้ว
ถ้าต้องรับผิดชอบอีกหนึ่งชีวิต คงลำบากน่าดู
คนรุ่นใหม่เปิดใจ! อยากมีลูกแต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
คุณหลิน หญิงวัย 20 ปีเศษ เผยว่า อยากมีลูก 2 คน แต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ส่วนคนที่เป็นแม่แล้วมองว่า สภาพแวดล้อมในการเติบโตและความยืดหยุ่นในที่ทำงานเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ ค่านิยมแต่งงานและมีลูกช้า ทำให้ผู้หญิงมีลูกคนแรกตอนอายุประมาณ 32 ปี พอมีลูกตอนอายุมาก บวกกับความเครียดในการเลี้ยงดู จึงทำให้หลายครอบครัวไม่คิดมีคนที่สอง
==นพ.หวงเจี้ยนเพ่ย // เลขาธิการสมาคมสูตินรีแพทย์ไต้หวัน==
ช่วง 5 ปีมานี้ สถานพยาบาลด้านสูตินรีเวช
ปิดตัวลงไปแล้วประมาณ 30%
ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ประชากรไต้หวันลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 31
สถิติ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม จำนวนประชากรไต้หวันลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 31 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และเมื่อดูรายพื้นที่ พบว่า เมืองไถตงมีอัตราการเกิดสูงที่สุด อยู่ที่ 6.06 คนต่อประชากร 1,000 คน ขณะที่เมืองจีหลง มีอัตราการเกิดต่ำที่สุด อยู่ที่ 2.10 คนต่อประชากร 1,000 คน
==หลี่ถิงซิน // โฆษก Childcare Policy Alliance==
เมื่อพื้นที่ใดก็ตาม มีสวัสดิการ
หรือเงินอุดหนุนการเลี้ยงดูบุตร
สูงกว่าพื้นที่อื่น ก็จะดึงดูดให้
พ่อแม่ย้ายทะเบียนบ้านของลูก
เข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้น
ภาค ปชช. จี้รัฐเลิกแจกเงิน แนะเร่งพัฒนานโยบายหนุนเลี้ยงลูกทุกมิติ
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ควรเลิกใช้นโยบายแจกเงินอุดหนุนแบบเดิมๆ แล้วหันมาปรับปรุงมาตรการรองรับให้รอบด้าน เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้เอื้อต่อการเลี้ยงลูก พร้อมเสนอให้รัฐบาลกลางจับมือกับท้องถิ่น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านเงินอุดหนุนและสวัสดิการ
