อีกแล้ว! พบสารเบนโซไพรีนเกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดชา
บริษัทเหลียนจิ้ง ลวี่เซ่อ เคอจี้ ในเมืองซินจู๋ แจ้งต่อทางการว่า ตรวจพบสารเบนโซไพรีนเกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดชา 1 ล็อต เกือบ 1,000 ขวด ซึ่งออกสู่ท้องตลาดแล้ว แต่ผลิตภัณฑ์ล็อตนี้ไม่ใช้น้ำมันของบริษัทจงเหลียนที่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง สำหรับการตรวจสอบบริษัทจงเหลียนระลอก 2 อัยการไทจงยื่นขอให้ศาลออกหมายควบคุมตัว ผู้จัดการโรงงานแล้ว
อัยการไทจงตั้งข้อหา ผจก.โรงงานจงเหลียนฯ สั่งคุมตัวยื่นฝากขังแล้ว
เทศบาลนครไทจงสนธิกำลังหลายหน่วยงาน เดินหน้าตรวจสอบน้ำมันของบริษัทจงเหลียนฯ พร้อมประกาศรายชื่อผู้ประกอบการปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีร้านอาหารมิชลินและร้านกาแฟในโรงละครแห่งชาติไทจงรวมอยู่ด้วย ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 ก.ค. 69) อัยการไทจงได้เปิดฉากตรวจค้นรอบที่สอง ควบคุมตัวนายเฉินหมิงหรง ผู้จัดการโรงงานจงเหลียนฯ พร้อมพวกรวม 3 คนในฐานะจำเลย พร้อมยื่นฝากขังนายเฉินหมิงหรงในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยอาหาร
==หลี่อวี้เพ่ย // หัวหน้าอัยการสำนักงานอัยการเขตไทจง==
นายเฉินฯ ผู้จัดการโรงงาน มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะ
ปลอมแปลงหลักฐาน และสมคบคิดกับผู้ร่วมกระทำความผิดหรือพยาน
จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายขังและห้ามเยี่ยม
อีกแล้ว! พบสารเบนโซไพรีนเกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดชา
กองสาธารณสุขนครนิวไทเป ได้รับแจ้งจากบริษัทเหลียนจิ้งลวี่เซ่อเคอจี้ (Aconpure Green Technology) ว่า ตรวจพบสารเบนโซไพรีนเกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดชา 1 ล็อต ด้านนายสือฉงเหลียง รมว.กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน ยืนยันว่าเคสนี้ไม่ได้ใช้น้ำมันจากบริษัทจงเหลียนฯ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้ร้านค้าปลายน้ำนำสินค้าออกจากชั้นวางแล้ว ส่วนสาเหตุที่ปริมาณสารเบนโซไพรีนเกินมาตรฐาน ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ใกล้เทศกาลสารทจีน-ไหว้พระจันทร์ ผู้ประกอบการหวั่นตลาดน้ำมันผันผวน
คดีน้ำมันบริษัทจงเหลียนฯ ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง ได้ส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตอาหารปลายน้ำเป็นจำนวนมาก ยิ่งใกล้ถึงช่วงพีกอย่างเทศกาลสารทจีนและเทศกาลไหว้พระจันทร์ ผู้ประกอบการยิ่งกังวลว่าตลาดน้ำมันจะผันผวน กระทบสายการผลิต
ผู้ประกอบการเร่งหาน้ำมันทดแทน ลือ! มีการปั่นราคาน้ำมันถั่วเหลือง
จากข้อมูลพบว่า น้ำมันของบริษัทจงเหลียนฯ มีส่วนแบ่งในตลาดไต้หวันสูงถึง 35% หลังพบปัญหาการปนเปื้อนสารก่อมะเร็งเกินมาตรฐาน ผู้ประกอบการปลายน้ำหลายรายจึงต้องเร่งหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาทดแทน จนเกิดข่าวลือว่ามีการปั่นราคา โดยมีผู้ประกอบการเผยว่า น้ำมันถั่วเหลืองราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 13% แถมยังขาดตลาด กระทรวงเศรษฐการไต้หวันจึงประสานบริษัทน้ำมัน 3 แห่งให้เพิ่มกำลังผลิต พร้อมวิงวอนทุกฝ่ายอย่าตื่นตระหนกจนแห่กักตุนสินค้า
