กรณีจีนล้ำน่านฟ้านักวิชาการชี้เป็นการใช้กำลังอาวุธข่มขู่ไต้หวัน
發布時間:
更新時間:
กรณีจีนล้ำน่านฟ้านักวิชาการชี้เป็นการใช้กำลังอาวุธข่มขู่ไต้หวัน
จากกรณีเครื่องบินรบจีน 2 ลำ บินล้ำเส้นแบ่งเขตกึ่งกลางสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่่ผ่านมา ส่งผลให้สถานการณ์ระหว่างสองฝั่งตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เส้นกึ่งกลางดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นในปี ค.ศ. 1955 โดยสหรัฐฯ เพื่อเตือนภัยทางอากาศ แก่ไต้หวัน และช่วยฝ่ายสหรัฐฯ สกัดเครื่องบินของศัตรู เป็นเส้นกึ่งกลางที่จีนและไต้หวันยอมรับมานานแล้ว
เมื่อช่วงปี 2004 มีการประกาศกำหนดเส้นกึ่งกลางระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันในตำแหน่งละติจูด 27 องศาเหนือ ลองติจูด 123 องศาตะวันออก และละติจูด 23 องศาใต้ ลองติจูด 119 องศาตะวันออก และเมื่อปี 2009 คณะกรรมการกิจการไต้หวันของจีนขอให้เปิดน่านฟ้าบริเวณดังกล่าวเพื่อเพิ่มเส้นทางการบินตรงระหว่างกันแต่ถูก ปธน. หม่าอิงจิ่ว ปฏิเสธด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ต่อมาในปี 2011 กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้รับข่าวกรองยืนยันว่า มีเครื่องบินรบไม่ทราบสัญชาติเคลื่อนไหวทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเขตเตือนภัยทางอากาศของไต้หวัน ส่วนจีนก็ล้ำแนวกึ่งกลางบ่อยครั้ง
นักวิชาการ วิเคราะห์จุดประสงค์ฝูงบินรบจีนล้ำน่านฟ้าในครั้งนี้ อาจต้องการเบี่ยงเบนจุดสนใจจากปัญหาเศรษฐกิจภายใน และตอบโต้ คสพ. อันแนบแน่นระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน
ซู จื่อหยุน (蘇紫雲) // ผอ. สถาบันวิจัยภาคอุตสาหกรรมและทรัพยากรกลาโหม สถาบันป้องกันประเทศ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สหภาพยุโรปวิเคราะห์ท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของทางการปักกิ่ง ข้อสันนิษฐานแรกคืออาจต้องการเบี่ยงแบนจุดสนใจ ข้อสองคืออาจเป็นเพราะกองทัพสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 หลายลำบินวนเวียนใกล้ไต้หวันบ่อยครั้ง
นักวิชาการ มองว่า การล้ำเส้นกึ่งกลางช่องแคบของจีนในครั้งนี้ นอกจากเป็นการใช้กำลังอาวุธข่มขู่ไต้หวันแล้ว ยังเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่ส่งกองเรือพิฆาตแล่นผ่านน่านน้ำไต้หวันล้วนมีนัยยะทางการเมืองมากกว่านัยยะด้านการทหาร

