สั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหา คดีนายหน้าเถื่อน ชวนคนไทยลักลอบทำงานในไต้หวัน
สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่ PTS โฟกัสไต้หวัน ประจำวันที่ 11 มิถุนายน กับดิฉัน อัญชัน ทรงพุทธิ์ ข่าวแรกเป็นข่าวอัยการเมืองหยุนหลินจับนายหน้าเถื่อนที่ชักชวนคนไทยอาศัยฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันแล้วพาไปทำงานแบบผิดกฎหมาย โดยจัดให้พักรวมกันอย่างแออัด นอกจากเรียกเก็บค่านายหน้าแล้ว ยังเก็บค่าที่พักด้วย ผู้ต้องหา 4 รายที่ถูกจับกุม ถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน
จนท.บุกบ้านพักใน ต.ซีหลัว-เอ้อหลุน เมืองหยุนหลิน พบ รง. ผิด กม. เพียบ
เจ้าหน้าที่ทีมเฉพาะกิจเปิดปฏิบัติการก่อนรุ่งสาง บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักในตำบลซีหลัวและตำบลเอ้อหลุน เมืองหยุนหลิน รวบตัวแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้จำนวนมาก
สาวไทยชวนเพื่อนร่วมชาติ 21 ราย อ้างมาเที่ยวแต่ลอบทำงานในไต้หวัน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า แรงงานทั้งหมดเป็นชาวไทยที่ใช้ฟรีวีซ่าอ้างเดินทางมาท่องเที่ยวและอยู่เกินกำหนด ทั้งนี้ จากการขยายผลของตำรวจและอัยการเมืองหยุนหลินทราบว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2566 นายไช่ ผู้ต้องหาหลัก ได้ร่วมมือกับหญิงไทยซึ่งพำนักผิดกฎหมายรายหนึ่ง จัดหาแรงงานไทยที่ลักลอบพำนักในไต้หวันรวมทั้งหมด 21 ราย ก่อนจะส่งไปทำงานเกษตรกรในพื้นที่
==จูฉี่เหริ่น // หัวหน้าสำนักงานอัยการเมืองหยุนหลิน==
จัดส่งแรงงานไทยที่ถือวีซ่าท่องเที่ยว เข้ามาในไต้หวัน
รวมถึงกลุ่มที่อยู่เกินกำหนด
ไปทำงานเกษตรในเมืองหยุนหลินและจางฮั่ว
โดยเรียกเก็บค่านายหน้าคนละ 6,000-65,000 เหรียญไต้หวัน
แก๊งนายหน้าเถื่อน ยึดพาสปอร์ต ขูดรีดค่าเช่าบ้าน-น้ำไฟ ส่งไปทำงานเกษตร
ด้านอัยการระบุว่า นายไช่ ผู้ต้องหาหลักพร้อมพวก ได้ไปเช่าร้านขายของชำแห่งหนึ่ง และบ้านพักอีก 2 หลังในตำบลซีหลัว เพื่อใช้เป็นที่กบดานและกักขังแรงงานต่างชาติ ทั้งยังยึดพาสปอร์ตของทุกคนเอาไว้ ก่อนจะส่งตัวไปทำงานตามพื้นที่การเกษตรในเมืองหยุนหลินและจางฮั่ว โดยให้ค่าแรงต่ำกว่ากฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ยังเรียกเก็บค่านายหน้า และเก็บค่าห้องและค่าน้ำค่าไฟเพิ่มอีกหัวละ 2,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ล่าสุด ตำรวจและอัยการเมืองหยุนหลินได้จับกุมผู้ต้องหารวมทั้งหมด 4 ราย โดยเมื่อวานนี้ (10 มิ.ย. 69) ได้เสร็จสิ้นการสอบสวน และส่งฟ้องดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานแล้ว
แรงงานต่างชาติในไต้หวันทะลุ 880,000 แสนคน เป็นผีน้อยเกือบแสนคน
สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันราว 880,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานผิดกฎหมายเกือบ 100,000 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มสิทธิแรงงานชี้ว่า ตราบใดที่ไต้หวันยังขาดแคลนแรงงาน อีกทั้งแรงงานยังต้องเผชิญกำแพงภาษา รวมถึงแรงกดดันในการใช้ชีวิต ปัญหาแรงงานผิดกฎหมายคงยากที่จะแก้ไขได้ในระยะสั้น ดังนั้น นอกจากมาตรการปราบปรามแล้ว ภาครัฐควรให้ความช่วยเหลือควบคู่ไปด้วย
