รัฐบาลไทยดันโครงการ "แลนด์บริดจ์ภาคใต้" แทนการขุดคลอง
หลังจากที่หวังอี้ รมว.ต่างประเทศจีนเยือนไทยเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ประกาศผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน โดยจะสร้างท่าเรือน้ำลึกพร้อมพัฒนาเส้นทางคมนาคมระยะทาง 90 กว่ากิโลเมตร เพื่อแบ่งเบาปริมาณการขนส่งทางเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกา อย่างไรก็ตาม โครงการขนาดใหญ่นี้ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองของไทย
หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปะทุขึ้น และนำมาซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้รัฐบาลไทยตระหนักถึงปัญหาช่องแคบมะละกาและทะเลจีนใต้ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศปัดฝุ่นโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ที่เคยหารือกันมาแล้วหลายครั้ง พร้อมสั่งการให้คณะรัฐมนตรีเร่งขับเคลื่อนโครงการอย่างจริงจัง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังขา
==หยางจื้อเฉียง // ผู้สื่อข่าว PTS==
โครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้
จะสร้างท่าเรือสองฝั่ง
ในจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง
เพื่อเชื่อมอ่าวไทยและทะเลอันดามันด้วยกัน
ด้วยทางรถไฟและทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์)
ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นของภาครัฐ
อภิมหาโครงการดังกล่าว
จะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนอย่างน้อย 1 ล้านล้านบาท
==เฉลิมชัย ยอดมาลัย // คอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ==
เคยมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานมากมาย
รวมถึงท่าเรือขนาดใหญ่ในจังหวัดสงขลา
แต่พอสร้างเสร็จก็ไม่ใช้
ฝ่ายค้านสับรัฐไร้มาตรการรองรับ-ขาดการสื่อสารกับคนในพื้นที่
พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการรองรับที่รัดกุม ทั้งในมิติผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังขาดการสื่อสารและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่
==ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์ // รักษาการคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย==
หลายคนคิดว่า
น่าจะมีแค่จีนที่พร้อมสนับสนุนเม็ดเงินลงทุน
ในโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย
แต่หากเกิดความขัดแย้งในภูมิภาคขึ้น
จีนอาจกดดัน
รัฐบาลไทย
และใช้โครงการดังกล่าว
เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
"แลนด์บริดจ์" แก้วิกฤตช่องแคบมะละกา? ยังต้องจับตา
โครงการแลนด์บริดจ์จะสามารถปลดล็อกวิกฤตความมั่นคงของช่องแคบมะละกา และรัฐบาลไทยจะเดินหน้ายุทธศาสตร์นี้จนสุดทางหรือไม่ นับเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ทั้งในประเทศและเวทีโลกต่างจับตามอง
