เยาวชนที่เกี่ยวข้องยาเสพติดเพิ่มขึ้น ปีที่แล้วพุ่งทะลุ 1,000 คน
ไม่กี่ปีมานี้ จำนวนเยาวชนไต้หวันที่พัวพันกับคดียาเสพติดพุ่งสูงขึ้น จาก 501 รายในปี พ.ศ. 2566 เพิ่มขึ้นทะลุหลักพันรายในปีที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดเตือนให้ทุกภาคส่วนยกระดับการเฝ้าระวัง "การสมคบคิดระหว่างผู้ใหญ่และเยาวชน" และ "การซื้อขายยาเสพติดออนไลน์" พร้อมจับตากลอุบายที่กลุ่มอาชญากรหลอกใช้ผู้เยาว์เป็นเครื่องมือ
อัยการและตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมผู้ค้าที่เป็นนักเรียนและเยาวชนได้ 188 คน
ยาเสพติดที่แพร่ระบาดหนัก และนำไปสู่ปัญหาเสพแล้วขับขี่ อัยการ ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเปิดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด โดยระยะเวลาสั้นๆเพียงเดือนครึ่ง ก็สามารถตรวจพบผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้มี 188 คน เป็นนักเรียนและเยาวชน ตำรวจวิเคราะห์ว่า ภายในสถานศึกษาก็เป็นหนึ่งในช่องทางของการจำหน่ายยาเสพติด
==หลินหมิงซิน // รัฐมนตรีประจำสภาบริหารไต้หวัน==
ประเด็นการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน
กำลังทำลายสุขภาพร่างกายและจิตใจของเยาวชนอย่างร้ายแรง
อีกทั้งยังกลายเป็นภัยเงียบครั้งใหญ่ต่อความปลอดภัยในสถานศึกษา
อัยการสูงสุดชี้ ผู้ใหญ่รวมหัวเด็ก ค้ายาผ่านโซเชียล
ยาเสพติดได้แทรกซึมเข้าสู่สถานศึกษา โดยมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยเป็นผู้ค้า จากข้อมูลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า แนวโน้มคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น สถิติของตำรวจระบุว่า ในปี ค.ศ. 2023 มีจำนวน 501 คน ปีถัดมาเพิ่มเป็น 603 คน และในปีที่แล้วพุ่งทะลุ 1,000 คน สำนักงานอัยการสูงสุดไต้หวันออกมาเตือนให้จับตาปัญหา “การร่วมกระทำความผิดระหว่างผู้ใหญ่กับเยาวชน” โดยควรตรวจสอบว่าเยาวชนถูกชักจูงหรือยุยงให้ก่อเหตุได้อย่างไร และมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลหรือแก๊งอาชญากรรมหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรมองข้ามบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจกลายเป็นช่องทางซื้อขายยาเสพติด
==จานฉางฮุย //อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุดไต้หวัน==
เรายังคงเผชิญกับจุดสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง และความท้าทายต่างๆ
ทั้งการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ตัวเลขตกสำรวจของกัญชา
รวมไปถึงการปิดบังข้อมูลการซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย
ผู้เยาว์เข้าไปเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด
และสิ่งที่หลายฝ่ายให้ความสนใจคือสารตั้งต้น
และแนวโน้มการพัฒนางยาเสพติดชนิดใหม่
เยาวชนที่เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้น ขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าถูกใช้เป็นอุปกรณ์เสพยา
นอกจากนี้จำนวนเยาวชนที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์บำบัดยาเสพติดก็เพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ในการเสพสารเสพติดที่มีส่วนผสมของเอาโทมิเดต (Etomidate) ภาครัฐที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและสกัดกั้นอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ภัยจากยาเสพติดแทรกซึมเข้าสู่กลุ่มนักเรียนและสถานศึกษาต่อไป
