โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์สูงที่สุด
รายงานล่าสุดจากสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศแห่งสตอกโฮล์ม (SIPRI) ของสวีเดน ระบุว่า บรรดาประเทศมหาอำนาจที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง กำลังเริ่มนำหัวรบนิวเคลียร์ "ออกจากคลังแสง" เพื่อนำไปติดตั้งเข้ากับระบบแท่นยิง สะท้อนถึงการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดุเดือด จนเสี่ยงดันชนวนสงครามนิวเคลียร์ให้พุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ทั้งนี้ พบว่า "จีน" มีอัตราการขยายคลังแสงนิวเคลียร์เร็วที่สุดในโลก
สถาบันวิจัยสวีเดน SIPRI ชี้ เสี่ยงมากขึ้นหลังสงครามเย็น
เรือดำน้ำนิวเคลียร์แล่นกลางทะเล ขณะที่สถานการณ์โลกตึงเครียด หลายประเทศเตรียมเพิ่มคลังแสงนิวเคลียร์ สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์มเผยโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์สูงที่สุด
==คาริม ฮักกัก // ผู้อำนวยการ SIPRI==
เราเห็นแนวโน้ม
นั่นคือประเทศที่มีนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง กำลังเอาอาวุธออกจากคลังแสง
เพื่อไปติดตั้งในระบบที่มีศักยภาพในการโจมตี
หัวรบนิวเคลียร์ราว 12,000 ลูกทั่วโลก จีนมีอัตราขยายตัวเร็วที่สุด
ข้อมูลเผย ปัจจุบันทั่วโลกมีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 12,000 ลูก แม้จะมีจำนวนลดลงเล็กน้อย แต่ประเทศมหาอำนาจยังคงแข่งขันกันแบบลับๆ โดยเฉพาะที่จีนที่มีอัตราการขยายตัวของคลังแสงนิวเคลียร์เร็วที่สุดในโลก
คาดขีปนาวุธข้ามทวีปของจีนเทียบเท่าสหรัฐ - รัสเซีย ภายในปี ค.ศ.2030
สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์มประเมินว่า ปักกิ่งมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ 620 ลูก และคาดว่าในปี ค.ศ. 2030 จำนวนขีปนาวุธข้ามทวีปของจีนอาจเทียบเคียงสหรัฐและรัสเซีย ประชาคมโลกเริ่มวิตกกังวลต่อการสะสมนิวเคลียร์ของจีนที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว
==คาริม ฮักกัก // ผู้อำนวยการ SIPRI==
แนวคิดของวอชิงตันในตอนนี้
คือการดูที่อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียและจีน
ถือว่าเป็นภัยคุกคามเดียวที่ต้องสกัดกั้น
สหรัฐ–รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์เกิน 5,000 ลูก 83% ของโลก
เมื่อมองไปที่แผนที่อาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก สหรัฐและรัสเซียยังคงเป็นสองมหาอำนาจที่ไม่อาจสั่นคลอน โดยครอบครองรวมกันถึง 83% ของคลังนิวเคลียร์โลก สหรัฐฯและรัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์ประเทศละมากกว่า 5,000 ลูก
อังกฤษ - ฝรั่งเศสเตรียมเพิ่มคลังนิวเคลียร์ เอเชียก็ร่วมแข่ง
นอกจากสหรัฐ จีน และรัสเซียแล้ว อังกฤษและฝรั่งเศสในยุโรปก็มีแผนจะเพิ่มขีดจำกัดคลังอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อินเดีย ปากีสถาน และเกาหลีเหนือในเอเชียต่างเร่งสะสมวัสดุนิวเคลียร์และพัฒนาเทคโนโลยี เมื่อสนธิสัญญาควบคุมนิวเคลียร์ระหว่างประเทศใกล้ล่มสลาย การแข่งขันทางทหารที่ดำเนินอยู่เบื้องหลังนี้อาจทำให้โลกเผชิญความเสี่ยงที่รุนแรงยิ่งขึ้น
