นำเข้าชาจากตปท.ปลอมเป็นชาไต้หวัน คนขายไร้จริยธรรม กำไรมหาศาล
ปัญหาการนำชาจากต่างประเทศมาย้อมแมวว่าเป็นชาไต้หวันยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการไร้จรรยาบรรณจะนำเข้าใบชาราคาถูกจากเวียดนามและอินโดนีเซีย สวมรอยติดฉลากว่าเป็นชาที่มาจากอาลีซานและหลีซาน แหล่งผลิตชาชื่อดังของไต้หวัน เพื่อเนียนขายเป็นชาไต้หวันเกรดพรีเมียม จากชาต้นทุนห่อละหลักร้อย โก่งราคาขายสูงถึง 1,500 - 2,000 เหรียญไต้หวัน/600 กรัม
ผู้บริโภคดมกลิ่นเทียบราคา ระวัง “ชาผสม”
เมื่อเทน้ำร้อนลงในกาน้ำชา ใบชาค่อย ๆ คลี่ตัวออก ส่งกลิ่นหอมอบอวล ชาหนึ่งถ้วยที่ดีไม่เพียงต้องมีรสชาติและกลิ่นหอมเท่านั้น แต่ผู้บริโภคที่มาซื้อชายังให้ความสำคัญกับที่มาของชาอีกด้วย
==อู๋ลี่เหวิน // ประธานสมาคมผู้ค้าชากรุงไทเป==
ลูกค้าหลายคนจะถามว่า
ชาที่ขายอยู่มีการผสมชาจากต่างประเทศหรือไม่
นำเข้าชาราคาถูกอ้างเป็นชาไต้หวัน
จากการตรวจสอบระบบฐานข้อมูลคำพิพากษาของศาลยุติธรรมไต้หวัน โดยใช้คำค้นว่า "ชาจากต่างประเทศ" พบรูปแบบการกระทำผิดที่ชัดเจน ผู้ประกอบการบางรายนำเข้าชาจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และเมียนมา ในราคาต้นทุนเพียง 70–250 เหรียญไต้หวันต่อ 600 กรัม หรือส่งชาจากจีนไปยังประเทศที่สามเพื่อเปลี่ยนแหล่งกำเนิดสินค้า ก่อนนำมาปลอมเป็นชาภูเขาสูงของไต้หวัน นอกจากนี้ยังมีการส่งชาปลอมเข้าประกวดกับสมาคมเกษตรกรเพื่อให้ได้รับรางวัลและเพิ่มความน่าเชื่อถือ ก่อนนำมาจำหน่ายในราคา 1,500–2,000 เหรียญไต้หวัน เพียงเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ชาราคาหลักร้อยก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 28 เท่า
==จงเหวินหยวน // ผู้ประกอบการร้านชา==
หลังจากนำเข้ามาแล้ว ก็จะส่งต่อให้
ไปเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่
เปลี่ยนชาที่มาจากเวียดนามให้กลายเป็นสินค้าที่ระบุว่า “ผลิตในไต้หวัน”
จากนั้นบางส่วนก็ส่งไปจำหน่ายที่แคนาดา สหรัฐอเมริกา
บางส่วนส่งออกไปยังเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น
การผสมชาทำชาไต้หวันเสียชื่อ บั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค
การนำชาจากต่างประเทศมาปลอมปนไม่ใช่เพียงการแสวงหากำไร แต่ยังส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเกษตรกรและผู้ประกอบการชาของไต้หวัน รวมถึงสร้างความไม่ไว้วางใจในตลาดผู้บริโภค อีกทั้งการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดดังกล่าวยังทำให้ทั้งภาครัฐ อุตสาหกรรมชา และผู้บริโภค ต้องแบกรับต้นทุนในการตรวจสอบและป้องกันที่สูงขึ้น
