Shangri-La Dialogue อินโด-แปซิฟิกเร่งสร้างพันธมิตรทางทหาร
การประชุมด้านกลาโหมใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเปิดฉากขึ้นที่สิงคโปร์ เมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้หลายประเทศเร่งสร้างพันธมิตรทางทหาร โดยญี่ปุ่นเตรียมขายอาวุธล็อตใหญ่ให้แก่ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ด้านนักวิชาการชี้ การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังเป็นกุญแจสำคัญต่อเสถียรภาพความมั่นคงของภูมิภาค
==พีท เฮกเซธ // รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ==
(ประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก)
มีเหตุผลที่จะตื่นตัวต่อการขยายอำนาจทางทหารของจีน
รวมถึงการขยายกิจกรรมทางทหารที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในภูมิภาค
ซึ่งเราเข้าใจว่าทำไมสถานการณ์ความมั่นคงถึงถูกประเมินออกมาเช่นนี้
รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ย้ำความมั่นคงต่ออินโด-แปซิฟิกไม่เปลี่ยน
ในการประชุม IISS Shangri-La Dialogue แม้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะย้ำถึงความมุ่งมั่นด้านความมั่นคงต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ตั้งข้อสังเกตว่า เพราะสหรัฐฯ ทุ่มทรัพยากรทางทหารจำนวนมากไปยังสมรภูมิในตะวันออกกลาง จึงพยายามผลักดันให้ประเทศพันธมิตรเร่งเสริมสร้างศักยภาพด้านการป้องกันประเทศด้วยตนเอง และลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ลง
ฟิลิปปินส์จับมือญี่ปุ่น-นิวซีแลนด์-แคนาดา สร้างเครือข่ายพันธมิตร
ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกจึงเร่งสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง อาทิ ฟิลิปปินส์ที่เดินหน้าผนึกกำลังกับญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร
==กิลเบอร์โต เตโอโดโร จูเนียร์ // รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์==
พวกเขา (สหรัฐฯ) สามารถคุยกับจีนอย่างเท่าเทียมได้
เพราะไม่ได้ถูกกดดันด้วยอำนาจที่เหนือกว่า
แต่ประเทศที่ถูกคุกคามอย่างฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
เพราะเราต่างเผชิญการรุกรานจากการขยายอำนาจของจีน
ญี่ปุ่นชูบทบาท "ฮับความมั่นคง" เปิดดีลขายอาวุธครอบคลุมทั่วภูมิภาค
ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังขยับบทบาทตนเองขึ้นมาเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านกลาโหมของภูมิภาคโดยเตรียมส่งมอบเรือคุ้มกันที่มีกำหนดปลดระวางในปี พ.ศ. 2570 ให้แก่กองทัพเรือฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นดีลจัดซื้อยุทโธปกรณ์ครั้งสำคัญ หลังญี่ปุ่นมีการปรับปรุงนโยบายส่งออกอาวุธ นอกจากนี้ ออสเตรเลียและอินโดนีเซียก็ได้ยืนยันคำสั่งซื้อเรือพิฆาตรุ่นล่าสุดของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ส่วนนิวซีแลนด์ก็อาจทำข้อตกลงตามมา ด้านนักวิชาการระบุว่า สถานการณ์ในทะเลจีนตะวันออก ช่องแคบไต้หวัน และทะเลจีนใต้ ล้วนส่งผลกระทบถึงกันหมด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
==ศ.จวงเจียอิ่ง // คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์==
ผมคิดว่าเป็นไปได้ยากที่จะแยกประเด็นเหล่านี้ออกจากกัน
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ถึงกล่าวว่า
ไต้หวันมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น
เพราะญี่ปุ่นตระหนักถึงข้อเท็จจริงทางภูมิรัฐศาสตร์นี้
การเจรจาเชิงสร้างสรรค์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน คือกุญแจสำคัญ
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการสร้างพันธมิตรทางทหารแล้ว หลายประเทศยังรอคำมั่นจากสหรัฐฯ และย้ำว่าการเจรจาเชิงสร้างสรรค์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน คือกุญแจสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ภูมิภาค
