ไต้หวันพึ่งพาแรงงาน 4 ชาติอาเซียน จ่อเพิ่มเอสวาตินี
การขาดแคลนแรงงานในบางภาคอุตสาหกรรมของไต้หวัน รัฐบาลจึงเร่งนำเข้าแรงงานชาติอื่นนอกเหนือจากอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย โดยหลังเสร็จสิ้นการหารือกับอินเดีย ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศก็ยืนยันว่า กำลังเจรจาหารือเพื่อนำเข้าแรงงานจากประเทศพันธมิตรอย่างเอสวาตินี
ไต้หวันจ่อนำเข้าแรงงานจากประเทศพันธมิตร “เอสวาตินี”
ภาคอุตสาหกรรมในไต้หวันกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงมีแผนนำเข้าแรงงานจากประเทศพันธมิตรอย่างเอสวาตินี โดยต้องไม่กระทบต่อโอกาสในการจ้างงานของแรงงานท้องถิ่น
==เหยียนเจียเหลียง // อธิบดีกรมเอเชียตะวันตกและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ==
การนำเข้าแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญจากเอสวาตินีในอนาคต
มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาในหลายมิติและต้องร่วมมือกับหลายกระทรวง
ขณะนี้ความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศ
ยังอยู่ในขั้นตอนของการประเมินความเป็นไปได้
นำเข้าแรงงานจากประเทศใหม่ๆ ช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานได้
ปัจจุบันไต้หวันพึ่งพาแรงงานจาก 4 ชาติหลัก ได้แก่ อินโดนีเซียประมาณ 312,000 คน เวียดนามประมาณ 288,000 คน ฟิลิปปินส์ประมาณ 165,000 คน และไทยประมาณ 72,000 คน นักวิชาการวิเคราะห์ว่า เนื่องจากประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ในอนาคตแรงงานจากกลุ่มประเทศเหล่านี้อาจมีแนวโน้มลดลง ดังนั้นการเร่งขยายแหล่งนำเข้าแรงงานใหม่ จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศได้
==รศ. ซินปิ่งหลง // สถาบันการพัฒนาประเทศ ม.แห่งชาติไต้หวัน (NTU)==
ในอนาคตการจัดหาแรงงานจากประเทศเหล่านี้
จะค่อยๆ ลดน้อยลง การเดินหน้าหาประเทศใหม่ๆ มาเพิ่ม
จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพิ่มประเทศไม่ได้แปลว่านำเข้าจำนวนมาก ต้องดูที่ความต้องการของนายจ้าง
นักวิชาการระบุว่า ประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นำเข้าแรงงานเกิน 10 ประเทศ การเพิ่มจำนวนประเทศ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องนำเข้ามาในจำนวนมาก แต่เป็นการเพิ่มตัวเลือก ให้ตรงกับความต้องการของนายจ้าง อย่างไรก็ดี แม้เอสวาตินีจะมีแรงงานมากพอพร้อมส่งออก แต่ต้นทุนการเดินทางมายังไต้หวันอาจสูงกว่าแรงงานจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรที่นายจ้างต้องพิจารณา อย่างไรก็ตาม การขยายแหล่งนำเข้าแรงงานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแรงงานเพียงไม่กี่ประเทศได้
