คดีเสพแล้วขับพุ่ง ก.คมนาคมพิจารณาแก้ กม. เพิ่มโทษ
เมื่อวานนี้เกิดอุบัติเหตุรถชนซ้อนกันครั้งใหญ่ในนครนิวไทเป สาเหตุมาจากเสพยาแล้วขับ โดยในช่วงหลายปีมานี้ เหตุเสพยาแล้วขับ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 2,600 กว่าครั้งเมื่อสองปีก่อน เพิ่มเป็น 8,600 กว่าครั้ง ในปีที่ผ่านมา เฉพาะ 3 เดือนแรกของปีนี้ มีมากถึง 3,223 ครั้ง กระทรวงคมนาคมกำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษเอาผิด ทั้งคนขับและผู้โดยสารในรถ
นิวไทเป ชายเสพแล้วขับสวนเลน ทำรถชนซ้อนกัน 8 คัน เจ็บ 6
เก๋งพุ่งตกทุ่งนา หน้ารถพังยับเยิน เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (6 พ.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรถชนซ้อนกันครั้งใหญ่ในเขตอิงเกอ นครนิวไทเป เมื่อรถเก๋งคันหนึ่งขับสวนเลน พุ่งชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่วิ่งสวนมา จนเกิดอุบัติเหตุรถชนซ้อนกันต่อเนื่องรวม 8 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย หลังตรวจสอบพบคนขับมีสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นส่งตัวดำเนินคดีในข้อหาเป็นอันตรายต่อสาธารณะแล้ว
คดีเสพแล้วขับชนคนตายถี่ ก.คมนาคมพิจารณาแก้ กม. เพิ่มโทษ
คดีเสพแล้วขับเกิดขึ้นต่อเนื่อง ช่วงปลายปีที่แล้ว ที่เมืองจีหลง มีคนเดินถนนถูกรถพุ่งชนอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่เมืองอี๋หลาน ครูสาวรายหนึ่งต้องจบชีวิตลงขณะจอดรอไฟแดง และล่าสุด เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ที่เมืองจางฮั่ว มีชายเสพแล้วซิ่ง คร่า 2 ชีวิต โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมเตรียมพิจารณาแก้ไขกฎหมาย
==เฉินซื่อข่าย // รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไต้หวัน==
แค่เสพยาก็มีความผิดแล้ว
คุณรู้อยู่แล้วว่าผิดแต่ก็ยังเสพ
พอเสพแล้วยังขับรถ แล้วก็เป็นอันตรายต่อผู้อื่นอีก
ผมมองว่าต้องได้รับโทษ
ที่แตกต่างจากกรณีเมาแล้วขับ
คดีขับเสพในไต้หวันพุ่ง 3 เท่า จ่อแก้ กม. ลงโทษทั้งคนขับและคนนั่ง
สถิติคดีเสพแล้วขับพุ่งสูงต่อเนื่อง ปี พ.ศ. 2567 พบกว่า 2,600 คดี ปี พ.ศ. 2568 พุ่งสูงเกิน 8,600 คดี ขณะที่ช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ พบแล้วถึง 3,223 คดี กระทรวงคมนาคมจึงเตรียมพิจารณาแก้ไขกฎหมาย ระวางโทษครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
เสพแล้วขับชนคนตายถี่ ปชช. แห่ลงชื่อทะลุ 6,000 คน หนุนโทษประหาร
บนแพลตฟอร์มรับฟังความเห็นสาธารณะ มีคนเสนอให้แก้กฎหมาย โดยกำหนดให้การเมาหรือเสพแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ถือเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ต้องระวางโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 6,800 ราย ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน
นักวิชาการชี้ต้องแก้ที่ต้นตอ จึงจะลดจำนวนผู้เสพได้
กระทรวงคมนาคมมุ่งขจัดปัญหาเสพแล้วขับ โดยใช้มาตรการลงโทษสถานหนัก อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเสนอว่าต้องดำเนินมาตรการหลายด้านควบคู่กัน โดยต้องแก้ที่ต้นเหตุด้วยการลดจำนวนผู้เสพยาเสพติด จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง
