AI อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ บิ๊กเทคเตือนต้องชะลอการพัฒนา
การใช้ AI เปลี่ยนวิถีชีวิต พัฒนาเร็วไปสร้างความกังวล
เมื่อผู้ใช้ป้อนคำสั่งถาม AI ก็สามารถเขียนคำตอบได้ยาวเหยียด การเจนเนอเรท AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างสรรค์ กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ แต่การพัฒนาอย่างรวดเร็วกลับสร้างความหวาดกลัวในวงการเทคโนโลยี อดีตนักวิจัยของ Anthropic ถึงขั้นลาออกและเตือนว่า AI อาจทำลายล้างมนุษย์ ขณะเดียวกันผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Elon Musk และ Sam Altman CEO ของบริษัท OpenAI ก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรชะลอการพัฒนา
==เจคอบ ค็อกซอน // อดีตนักวิจัยของ Anthropic==
พูดแบบไม่เกินจริง
ผู้ที่ร่วมก่อตั้งบริษัทเหล่านี้
รวมถึงผู้สร้างเทคโนโลยีต่างเชื่อว่า
มีความเป็นไปได้ที่มนุษย์อาจสูญพันธุ์
โปรแกรมเมอร์ในวงการมากมายมองว่า
อัตราความเสี่ยงที่จะทำลายมนุษย์อาจสูงถึง 10% หรือมากกว่า
แต่ก็มีคนที่คิดว่าอาจจะต่ำกว่านั้น
สหรัฐฯ หวั่น หาก AI ล้าหลังจีน อาจกระทบความมั่นคง
แม้บรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเรียกร้องให้มีการจัดตั้งมาตรฐานความปลอดภัย แต่ฝ่ายการเมืองสหรัฐฯ ยังคงกังวลว่าถ้าพัฒนา AI ไม่ทันจีนก็อาจส่งผลต่อภัยคุกคามความมั่นคง
บิ๊กเทค:ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย ทรัมป์ปัดต้องเอาชนะจีน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมเสียตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรม อีกทั้งมองว่าหากชนะในการแข่งขัน AI ก็เท่ากับชนะทุกสิ่ง พร้อมทั้งวิจารณ์ผู้ที่กังวลว่า AI จะทำลายมนุษยชาติว่าเป็นการวิตกเกินเหตุ
==โดนัลด์ ทรัมป์ // ประธานาธิบดีสหรัฐฯ==
พูดตรงๆ ก็หวังว่าจะคงสภาพนี้ไว้
เพราะใครที่เป็นผู้นำ AI ก็จะสามารถคว้าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ได้
นักการเมืองสหรัฐฯ ไม่ยอมชะลอ AI หวั่นกระทบความมั่นคงแห่งชาติ
ท่ามกลางการปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่อาจกำหนดอนาคตของมนุษย์ รัฐบาลสหรัฐฯ เลือกที่จะให้ความสำคัญกับเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์และการต่อต้านจีนเป็นหลัก ขณะที่โจทย์ใหญ่คือการหาสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงที่ AI อาจนำไปสู่หายนะ กับการรักษาความเป็นมหาอำนาจของประเทศ ซึ่งเป็นบททดสอบความสามารถของผู้นำทั่วโลก
