ตรวจพบสารก่อมะเร็งในน้ำมันพืช ร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งถูกแจ็กพอต
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังเมื่อวานนี้ (2 ก.ค. 69) มีรายงานว่าพบน้ำมันพืชของบริษัทจงเหลียนโหยวจื่อ (Central Union Oil Corp) ปนเปื้อนสารก่อมะเร็งเบนโซเอไพรีน หลุดเข้าสู่ตลาด โดยกองศึกษาธิการกรุงไทเปพบ 22 โรงเรียนเคยใช้ผลิตภัณฑ์ล็อตดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญชี้บริโภคระยะสั้นไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการสะสมในระยะยาว
อย.ตรวจพบสารก่อมะเร็งเบนโซเอไพรีนเกินมาตรฐาน
หน่วยงานสาธารณสุขยังคงตรวจสอบเส้นทางการกระจายน้ำมันพืชที่มีปัญหา เบื้องต้นในไทเปพบว่ามี 22 โรงเรียนที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ตามหมายเลขล้อตที่ประกาศ สำนักงานอาหารและยา ระบุว่า บริษัทหนานเฉียว เถาหยวน ตรวจซ้ำพบสารเบนโซเอไพรีน เกินมาตรฐาน จึงแจ้งไปยังบริษัทจงเหลียนน้ำมันพืช (Chung Lien) ก่อนจะยืนยันและประกาศว่าผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านมาตรฐาน
==หลินจงอิง // รองนักวิจัย ห้องปฏิบัติการพิษวิทยา โรงพยาบาลฉางเกิงหลินโข่ว==
สารประกอบโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน
จริงๆ แล้วมีอยู่มากกว่า 100 ชนิด
ในจำนวนนั้นตัวที่มีความเป็นพิษค่อนข้างสูงก็คือตัวนี้
เมื่อมันแพร่กระจายอยู่ในอากาศ
หรือแม้แต่ในแหล่งน้ำ
ก็อาจจะไปปนเปื้อนพืชผลทางการเกษตรของเราต่อไปได้
ควบคุมอุณหภูมิที่ไม่เหมาะในกระบวนการกลั่น อาจเพิ่มความเสี่ยง
นักวิชาการชี้ว่า สารเบนโซเอไพรีนจัดอยู่ในกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเกิดขึ้นหลักๆ จากการเผาไหม้สารอินทรีย์ที่ไม่สมบูรณ์ ในกระบวนการกลั่นน้ำมันถั่วเหลือง หากควบคุมขั้นตอนการกำจัดกลิ่นด้วยความร้อนสูงไม่เหมาะสม ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสารเบนโซเอไพรีนได้
==คุณอู๋ // ผู้ประกอบการโรงงานน้ำมัน==
ถั่วเหลืองและงาก็เหมือนกัน
มันต้องผ่านการคั่ว การทอด คือถ้าคุณเร่ง
ดึงอุณหภูมิขึ้นเร็วเกินไป มันก็อาจจะไหม้เกรียม
แบบของเรา เราจะค่อยๆ ควบคุมอุณหภูมิ
ค่อยๆ คั่วให้สุกทีละนิด
ผู้เชี่ยวชาญเตือน หากบริโภคในปริมาณน้อย ช่วงสั้นๆ ไม่ต้องตื่นตระหนก
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า การบริโภคในปริมาณน้อย ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ต้องระวังความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการสัมผัสสารซ้ำๆ และสะสมในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงแนะนำให้เพิ่มการเฝ้าระวังสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจาย
