ศาลฎีกาเปิดพิจารณาคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมแก้ ม.112
ไปจับตาข่าวการเมืองไทยกันบ้างค่ะ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลฎีกาเริ่มพิจารณาคดี 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งหากถูกพิพากษาว่ามีความผิด อาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
หากศาลพิพากษาว่ามีความผิด อาจถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต
ศาลฎีกาเริ่มพิจารณาคดี 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งหากศาลพิพากษาว่ามีความผิด อาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
==ผู้คัดค้าน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ //
อดีต สส.บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล==
ศาลฎีกาไต่สวนพยาน 17 ปาก นัดแรกวันที่ 25 สิงหาคม
ศาลได้นัดไต่สวนพยานครั้งแรกในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 พร้อมนัดต่อเนื่องอีก 2 นัดในวันที่ 22 กันยายน และ 27 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดไต่สวนพยานรวม 17 ปาก และวางกรอบการพิจารณาคดีไว้ 1 ปี
สถิติจับ-ขังคนเห็นต่างนับตั้งแต่รัฐประหาร 2557 เฉียด 2,000 ราย
กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยสถิตินับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557 มีประชาชนราว 2,000 คน ถูกดำเนินคดีหรือคุมขังจากการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมทางการเมือง ขณะที่ในปี 2567 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคก้าวไกล โดยวินิจฉัยว่าพรรคมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากกรณีใช้แนวนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
