ห่างหายไป 12 ปี "อะมีบากินสมอง" เสียชีวิตอีกรายในไต้หวัน
โรค"อะมีบากินสมอง" ที่ห่างหายไปจากไต้หวัน 12 ปี โรคนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา ได้กลับมาคร่าชีวิตคนอีกครั้ง ผู้ตายเป็นผู้หญิงอาศัยอยู่ที่นครนิวไทเป เชื้ออะมีบาเข้าสู่ร่างกายผ่านทางโพรงจมูก หลังป่วยเพียง 7 วันก็เสียชีวิต ผู้ตายเคยไปเล่นน้ำที่สวนน้ำแห่งหนึ่งในนครนิวไทเป คาดว่าน่าจะเป็นต้นตอการติดเชื้อ
หญิงวัย 30 ติดเชื้อ "อะมีบากินสมอง" เสียชีวิตใน 7 วัน
อากาศร้อนอบอ้าว หลายๆ คนคงไปเล่นน้ำคลายร้อนกันที่สระน้ำ ลำธาร แต่ก็ต้องระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ หญิงวัย 30 กว่าปีจากนิวไทเป ระยะนี้ไม่ได้ไปต่างประเทศ มีอาการปวดหัว มีไข้ และชักในวันที่ 26 กรกฎาคม และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม วินิยฉัยว่าติดเชื้ออะมีบาสายพันธุ์นีเกลอเรีย หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ "อะมีบากินสมอง"
==เจิ้งสูฮุ่ย // รองอธิบดีกรมควบคุมโรคไต้หวัน==
เชื้ออะมีบาสายพันธุ์นีเกลอเรีย มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในฤดูร้อน
เมื่อลงเล่นน้ำตามธรรมชาติ
ควรหลีกเลี่ยงตะกอนก้นสระ
กรณีนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ซึ่งได้รับการยืนยันเป็นรายที่ 2 ในไต้หวัน
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค( CDC) นี่เป็นเคสแรกในรอบ 12 ปี และเคสที่ 2 ในไต้หวัน อะมีบานี้เป็นปรสิตเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในทะเลสาบน้ำจืดและแม่น้ำ ชอบสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและสามารถอยู่รอดได้ที่อุณหภูมิ 46 องศาเซลเซียส หรือแม้กระทั่งสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง เราอาจหายใจเอาน้ำที่มีตัวอะมีบาเข้าไปในจมูกเมื่อเล่นน้ำตามธรรมชาติและเข้าสู่สมองตามเส้นประสาท ดังนั้น เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผล ทำให้อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง
==หลี่ปิ่งอิ๋ง // แพทย์แผนกโรคติดเชื้อในเด็ก รพ.มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน==
จริงๆแล้วอะมีบานั้น
จะต้องได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานเฉพาะทาง
การวินิจฉัยนั้นจะซับซ้อนกว่า
และยังไม่มียาที่ได้รับการรับรองว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา
ดังนั้นอัตราการเสียชีวิตจึงสูงถึง 99% ขึ้นไป
วอน ปชช.อย่าไปแหล่งน้ำที่ไม่มีการฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงน้ำเข้าจมูก/การดำน้ำ
กองอนามัยได้ขอให้ผู้ประกอบการปิดและทำความสะอาด แพทย์ย้ำว่าพยาธิชนิดนี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำจืด ไม่อยู่ในน้ำทะเล หากประชาชนต้องการลงเล่นน้ำ ไม่ควรลงเล่นน้ำในที่ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ และหลีกเลี่ยงน้ำเข้าจมูก และการดำน้ำ
