กต. เตือน เมียนมาออก กม. ปราบแก๊งคอลฯ ใหม่ โทษสูงสุดประหารชีวิต
ส่ง 3 ผู้ต้องหาพัวพันแก๊งคอลฯ กลับไต้หวัน จนท. คุมตัวไปสอบสวนทันที
เมื่อผู้ต้องหาเดินทางจากอาเซียนถึงไต้หวัน ก็ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปสอบสวนทันที ที่ผ่านมา ชาวไต้หวันที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งมิจฉาชีพในต่างแดนส่วนใหญ่ มักจบลงด้วยการถูกส่งตัวกลับประเทศ แต่ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันเตือนว่า เมียนมาออกกฎหมายใหม่ ผู้ที่ไปทำงานหลอกลวงต้มตุ๋นในเมียมมา อาจเจอโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
==เซียวกวงเหว่ย//โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน (8 ก.ย.)==
นี่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเมียนมา
ลงโทษเด็ดขาดกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การทรมานในนิคมแก๊งคอลเซ็นเตอร์
รวมถึงอาชญากรรมเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี
นอกจากจะมีผลบังคับใช้กับผู้กระทำความผิดที่เป็นชาวต่างชาติแล้ว
ผู้ฝ่าฝืนยังมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
ปี 65 คนไต้หวันจำนวนมาก ถูกหลอกไปทำงาน ตปท. ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์
ย้อนไปในปี พ.ศ. 2565 มีชาวไต้หวันถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หลายคนหลงเชื่อโฆษณารับสมัครงาน จนถูกล่อลวงไปทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชา และตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ แต่หลังภาครัฐประชาสัมพันธ์เตือนภัย ตัวเลขเหยื่อก็ลดลงอย่างชัดเจน ทำให้ในตอนนี้ คนที่เดินทางไปส่วนใหญ่ เป็นพวกที่รู้ทั้งรู้ว่าผิดแต่ก็ยังไป
==กัวเชี่ยนอิ่ง // รอง ผบก. ฝ่ายคดีอาญาระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีอาญาไต้หวัน==
พูดไม่ได้เต็มปากว่าไม่มีคนที่ถูกหลอกไปเลย
ส่วนใหญ่ รู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ว่าจะไปทำงานในธุรกิจสีเทา
หวั่นกระทบความมั่นคงภายใน! รัฐบาลไทยเพิ่มมาตรการคุมเข้มเข้าเมือง
ไม่ใช่แค่เมียนมา รัฐบาลไทยเริ่มใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น พร้อมปรับปรุงนโยบายการเข้าเมืองใหม่
3 สแกมเมอร์ไต้หวัน ถูกทางการเมียนมา ฟ้องดำเนินคดีแล้ว
นักวิชาการวิเคราะห์ว่า หลังหลายประเทศยกระดับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างหนัก ทำให้การไปก่ออาชญากรรมในต่างแดนในอนาคต มีโอกาสถูกลงโทษหนักขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ยังคงได้รับแจ้งว่า มีชาวไต้หวัน 3 ราย ไปพัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ซึ่งขณะนี้ ถูกทางการเมียนมา ฟ้องดำเนินคดีแล้ว
