สีจิ้นผิงอาจอ้างแถลงการณ์ 17 ส.ค. ห้ามสหรัฐฯ ขายอาวุธให้ไต้หวัน

發布時間: 更新時間:
ทั่วโลกจับตาการพบกันครั้งที่ 2 ของปี ระหว่าง 2 ผู้นำ “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สีจิ้นผิง” ที่กรุงวอชิงตัน โดยคาดว่าประเด็นไต้หวันจะเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง อาจยก “แถลงการณ์ร่วม 17 สิงหาคม” ขึ้นมาอ้าง เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

สำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน อาจใช้การประชุมสุดยอดครั้งที่สองกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 ก.ย. นี้ กดดันสหรัฐฯ โดยใช้แถลงการณ์ 17 สิงหาคม ค.ศ.1982 ที่ระบุว่าจะค่อยๆ ลดการขายอาวุธให้ไต้หวันมาอ้าง เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธให้ไต้หวัน

นักวิชาการ: อาจเป็นการหยั่งกระแส การขายอาวุธก็เป็นไพ่ของสหรัฐฯ

กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมไต้หวันชี้ว่า ยังคงประสานงานกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขายอาวุธเป็นไปตามแผน ขณะที่นักวิชาการมองว่า รายงานของรอยเตอร์ดูจะเป็นการหยั่งกระแสมากกว่า พร้อมเตือนการขายอาวุธให้ไต้หวันเป็นไพ่ต่อรองการเจรจาของทรัมป์ เพียงต้องรอจังหวะเวลา

==เหยียนเจิ้นเซิง // นักวิจัยศูนย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ NCCU==
ถ้าหากมีการพูดคุยกันจริง ก็อาจหารือกันเป็นการส่วนตัว
การพูดคุยกันในอนาคตมากกว่า แต่ไม่ใช่ครั้งนี้
ที่ตั้งใจยื่นข้อเรียกร้องนี้ขึ้นมาพิเศษโดยเฉพาะ
หลังจากนี้คุณทรัมป์จะยังเดินทางไป
เซินเจิ้นเพื่อเข้าร่วมการประชุม APEC หรือไม่
เพราะอย่างมากที่สุด ก็น่าจะเป็นการพูดคุยกันหลังสิ้นสุดการประชุม G20

ประเด็นหารือครอบคลุมหลายด้าน สหรัฐฯ และจีนต่างมีแผนของตนเอง

การพบกันครั้งนี้มีประเด็นหารือครอบคลุมหลายด้าน โดยทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างมีแผนการเพื่อผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน ส่วนประเด็นเกี่ยวกับไต้หวันนั้น ถาบันคลังสมอง Stimson Center กล่าวว่า ไม่ควรขยายความหรือให้ความสำคัญมากจนเกินไป

==Michael Cunningham // นักวิจัยอาวุธโสของ Stimson Center==
ผมไม่คิดว่าประเด็นไต้หวัน
จะเป็นหัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดครั้งนี้
อันที่จริง ผมคิดว่าประเด็นไต้หวันในการประชุมครั้งที่แล้ว
ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่สื่อนำเสนอ

สหรัฐฯ เร่งแสดงผลงาน จีนเดินเกมครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก

ขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึง 6 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทรัมป์จึงเร่งใช้การประชุมสุดยอดคว้าผลงานด้านเศรษฐกิจและการค้า ขณะที่จีนไม่ได้เผชิญกับแรงกดดันเร่งด่วนทางการเมือง แต่การช่วงชิงของทั้งสองฝ่ายก็เป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามอง
 

本網站使用 Cookie 技術提升體驗,詳見服務條款。繼續瀏覽即代表同意上述規範。