หุ้นสหรัฐฯ-เอเชียร่วงหนัก หลังเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
หุ้นสหรัฐฯดิ่งหลังเลือกตั้ง Nasdaq เข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค
เสียงระฆังปิดตลาดหุ้นดังขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักลงทุน หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา เกิดปรากฏการณ์ “คลื่นสีน้ำเงิน” ที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งหนักเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนี Nasdaq ร่วง 5.52% ในวันเดียว หนักสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีก่อน (2568) ขณะที่มูลค่าตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหายไปถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ตลาดกังวลมาตรการคุม AI ฉุดหุ้นเทคโนโลยีร่วงหนัก
นักวิเคราะห์ชี้ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นดิ่งหนัก มาจากความกังวลว่า หลังพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา อาจผลักดันกฎหมายควบคุม AI ที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงจำกัดการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานสูง
นักลงทุนกังขาผลตอบแทน AI หุ้นโครงสร้างพื้นฐานเผชิญแรงกดดัน
นอกจากความไม่แน่นอนทางการเมือง นักลงทุนยังตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการทุ่มเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่กลับยังไม่สร้างผลกำไรตามที่คาด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ถูกเทขายอย่างหนัก ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียร่วง 12% หุ้น Nvidia ดิ่งกว่า 9% ส่วน AMD และ Micron ร่วงกว่า 15% ขณะที่บริษัทผู้ให้บริการประมวลผล AI และธุรกิจพลังงานต่างได้รับผลกระทบเช่นกัน
==Adam Turnquist//หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนข้ามสินทรัพย์ LPL Financial==
ผมไม่เชื่อว่าการลงทุนใน AI
จะหยุดชะงักเพราะการกำกับดูแลบางอย่างและมาตรการควบคุมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
รวมถึงต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น
เพราะความต้องการ AI จะไม่ชะลอตัวลง
ตลาดหุ้นตื่นตระหนก ทรัมป์โพสต์เหน็บพรรคเดโมแครต
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเหน็บแนมว่า ตลาดหุ้นเผชิญกับ "วันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์" พร้อมโยนความผิดทั้งหมดให้กับชัยชนะของพรรคเดโมแครต
หุ้นไต้หวันดิ่งกว่า 3,700 จุด ร่วงหนักสุดเป็นประวัติการณ์
แรงเทขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลุกลามมายังตลาดหุ้นเอเชีย โดยหุ้นเกาหลีใต้ช่วงเปิดตลาดดิ่งลงกว่า 8% ส่วนหุ้นญี่ปุ่นร่วงกว่า 7% ขณะที่ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดตลาดร่วงหลุดระดับ 40,000 จุด ก่อนดิ่งลงกว่า 3,700 จุดในระหว่างวัน (Intraday point drop) ทำสถิติร่วงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์
