เงินไต้หวันอ่อนค่าต่อเนื่อง ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น

發布時間: 更新時間:
เงินไต้หวันอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้นำเข้าต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น สำนักสถิติและบัญชีกลางไต้หวันเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนตุลาคม ปรับตัวสูงขึ้น 2.33% เกินระดับ 2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ทั้งนี้ ธนาคารกลางไต้หวันได้เตือนผู้ส่งออกว่า สามารถทยอยขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ตามความเหมาะสม ไม่ควรรอเก็งกำไร เพราะหากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกผัน อาจเกิดกระแสแห่เทขายได้

ไม่ต้องเดินทางไกลถึงญี่ปุ่นหรือสหรัฐฯ บรรดานักชิมในไต้หวันก็สามารถหาซื้อเนื้อวากิวญี่ปุ่นและเนื้อวัวอเมริกันมารับประทานได้ ทว่าการอ่อนค่าของเงินเหรียญไต้หวันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการนำเข้าเนื้อสัตว์ต้องเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น

==เซี่ยเต๋อลี่//ประธานบริษัทนำเข้าเนื้อสัตว์==
ทั้งเนื้อสัตว์และบรรจุภัณฑ์นำเข้าที่คิดราคาเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ
ระยะนี้ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นราว 7-8%

กระแส AI ดันราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าไอทีปรับขึ้นตาม

แรงกดดันด้านราคาไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าอุปโภคบริโภค กระแส AI ยังดันราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหน่วยความจำให้สูงขึ้น ส่งผลให้คอมพิวเตอร์และสินค้าไอทีแพงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่สำนักงานสถิติแสละบัญชีกลางไต้หวันเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 2.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่า 2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยราคากล้วยและน้ำมันเบนซิน 95 เพิ่มขึ้นกว่า 15% ส่วนค่าโดยสารเครื่องบินและราคาไข่ไก่เพิ่มขึ้นกว่า 10%

CPI เกิน 2% ต่อเนื่อง ไต้หวันชี้ยังไม่ใช่เงินเฟ้อจากการนำเข้า

สำนักงานสถิติและบัญชีกลางเผยว่า ราคาสินค้าในประเทศยังเพิ่มขึ้นปานกลาง ไม่พบเงินเฟ้อจากการนำเข้า แต่คาดว่า CPI เดือนพฤศจิกายนจะยังสูงกว่า 2% และอาจเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เงินเหรียญไต้หวันที่อ่อนค่าต่อเนื่องอาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อจากการนำเข้า จึงต้องจับตาว่าค่าเงินจะกลับมามีเสถียรภาพเมื่อใด

==หลัวเหว่ย//ประธานผู้เชี่ยวชาญนักเศรษฐศาสตร์ Fubon Financial Holdings==
ตราบใดที่การคาดการค่าเงิน
ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะที่มีเสถียรภาพอย่างเต็มที่
ก็ยังมีความเป็นไปได้
ที่จะเกิดแรงเทขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง

ผชช.แนะธนาคารกลางรอบคอบ คาดปรับนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกและเงินเหรียญไต้หวันที่อ่อนค่า ธนาคารกลางควรประเมินเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบคอบ โดยคาดว่าการปรับนโยบายการเงินในอนาคตจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
 

本網站使用 Cookie 技術提升體驗,詳見服務條款。繼續瀏覽即代表同意上述規範。