ผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นปีละหมื่นคน แต่ยังไม่เพียงพอ
ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงขั้นรุนแรง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีผู้อนุบาลดูแล
ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงขั้นรุนแรงส่วนใหญ่มักเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ แม้แต่การพลิกตัวหรือเข้าห้องน้ำก็ยังต้องมีคนคอยช่วยเหลือ เนื่องจากผู้อนุบาลในปัจจุบันมีจำนวนจำกัด องค์กรภาคประชาสังคมจึงเรียกร้องให้รัฐบาลมอบสิทธิในการจ้างงานให้แก่ครอบครัวที่มีผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงขั้นรุนแรงเป็นอันดับแรก
==เฉินจิ่งหนิง // เลขาธิการสมาคม TAFC (Taiwan Association of Family Caregives)==
การดูแลผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพค่อนข้างดี
กับการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงขั้นรุนแรง
ผู้อนุบาลต่างชาติจำนวนมากมักเลือกรับงานที่เบากว่า
ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ จึงหวังให้ภาครัฐ
จัดสรรทรัพยากรกำลังคนผู้อนุบาลต่างชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด
โดยให้สิทธิ์ครอบครัวผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงขั้นรุนแรงก่อนเป็นลำดับแรก
ผู้สูงอายุสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นเสี่ยงหลงทาง ต้องมีคนดูแล
ขณะที่บางกลุ่มชี้ว่า ความต้องการด้านการดูแลไม่อาจพิจารณาจากระดับภาวะพึ่งพิงเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นบางราย เริ่มมีความเสี่ยงที่จะเดินพลัดหลง จึงต้องมีคนคอยดูแล ซึ่งหากครอบครัวยังต้องออกไปทำงาน ก็จะประสบปัญหาในการดูแลเช่นเดียวกัน
==จูเว่ยเหริน // ประธานองค์กรดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ==
ควรจัดสรรเงินอุดหนุนค่าจ้างให้แก่ครอบครัวผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงขั้นรุนแรง
เพื่อให้พวกเขานำไปเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่ผู้อนุบาลต่างชาติ
สมาพันธ์ฯ ชี้ ผู้อนุบาลที่ดูแลเคสหนัก ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งกายใจ
ด้านสมาพันธ์คนพิการระบุว่า หากมองในมุมของผู้อนุบาลต่างชาติที่มีสิทธิเลือกนายจ้างได้อย่างเสรี การดูแลผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงขั้นรุนแรง มักสร้างความกดดันทางจิตใจ ทั้งยังต้องทุ่มเทเวลาและพละกำลังในการดูแลมากกว่าปกติ
ก.แรงงานจับมือ สธ. คลอด 6 มาตรการ เน้นให้สิทธิ์เคสหนักก่อน
กระทรวงแรงงานระบุว่า ได้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขฯ เพื่อออก 6 มาตรการรองรับแล้ว โดยใช้หลัก “จำแนกตามอาการและให้สิทธิ์เคสวิกฤตก่อน” ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้ครอบครัวผู้ป่วยขั้นรุนแรงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ยื่นเรื่องจนได้ผู้อนุบาล ส่วนเคสทั่วไปจะดำเนินการตามคิว
