UNHCR ระบุ สหรัฐฯ อาจเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงครามในอิหร่าน
ชี้ช่วงต้นสงครามมีการโจมตีไม่เลือกเป้าหมาย
รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติระบุว่า หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ กองทัพสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าโจมตีโดยไม่แยกเป้าหมาย จนพลเรือนเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย หนึ่งในเหตุการณ์คือการใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กโจมตีโรงเรียนในเมืองมินาบ มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กราว 120 คน อีกเหตุการณ์ ขีปนาวุธโจมตีบริเวณสนามกีฬาและย่านที่พักอาศัยในรามฮอร์มอซ ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 22 คน รายงานระบุว่า เป้าหมายทั้งสองแห่งสามารถระบุการใช้งานได้อย่างชัดเจน จึงมีเหตุผลให้เชื่อว่าการโจมตีอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
อิหร่านปราบปรามผู้ประท้วง กล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
รายงานยังกล่าวถึงรัฐบาลอิหร่าน หลังประชาชนออกมาประท้วงค่าครองชีพที่พุ่งสูง ตั้งแต่ปลายปี 2025 และถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ทางการระบุว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 3 พันคน ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนประเมินว่า ตัวเลขจริงอาจเกิน 7 พันคน รายงานจึงระบุว่า การสังหาร ทรมาน ควบคุมตัวโดยพลการ และบังคับบุคคลสูญหาย อาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
จีน-รัสเซียใช้สิทธิวีโต ยุติกลไกอิสระติดตามมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
อีกด้านหนึ่ง จีนและรัสเซียใช้สิทธิวีโตในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 17 ส่งผลให้การต่ออายุกลไกผู้เชี่ยวชาญอิสระ ที่ติดตามมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านไม่ผ่าน
==Jennifer Locetta // รองเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำ UN==
อันจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลอิหร่านและผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์
จากการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรเท่านั้น
ความขัดแย้งใน UN ทำกลไกติดตามมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชะงัก
ก่อนการลงมติครั้งนี้ ความขัดแย้งภายในคณะมนตรีความมั่นคง ทำให้คณะกรรมการดูแลมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่สามารถเลือกประธานได้เป็นเวลาหลายเดือน จนการทำงานแทบหยุดชะงัก จีนและรัสเซียยังเคยคัดค้านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญที่เลขาธิการ UN เสนอ สะท้อนถึงปัญหาในการทำงานของกลไกดังกล่าว
