เรือยามฝั่งจีนโผล่ถี่ในน่านน้ำฝั่งตะวันออก
==เรือยามฝั่งไต้หวัน vs เรือวิจัยจีน “ถงจี้”==
ห้ามปฏิบัติการในพื้นที่นี้โดยไม่ได้รับอนุญาต
รีบเก็บเครื่องมือทั้งหมดแล้วออกไปทันที
(ไม่มีสาธารณรัฐจีน มีเพียงสาธารณรัฐประชาชนจีนเท่านั้น)
จีนอ้าง “ลาดตระเวน” สกัดสัมพันธ์ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์
เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เรือวิจัยจีน ‘ถงจี้’ ได้ทำการสำรวจโดยผิดกฎหมายในน่านน้ำรอบไต้หวัน กองเรือตรวจการณ์ทางทะเลของไต้หวันจึงออกประกาศขับไล่ แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยถ้อยคำท้าทาย ขณะเดียวกันนอกจากเรือวิจัยแล้วก็ยังมีเรือยามฝั่งที่ปรากฏตัวบ่อยครั้งในน่านน้ำตะวันออกของไต้หวัน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลปักกิ่งพยายามใช้การลาดตระเวนเป็นเครื่องมือในการกดดันเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างไต้หวันกับพันธมิตรหลักอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์
==ก่วนปี้หลิง // ประธานคณะกรรมการกิจการมหาสมุทรแห่งสาธารณรัฐจีน==
เรือยามฝั่งจีนยังคงปรากฎตัวต่อเนื่องในน่านน้ำฝั่งตะวันออก
แอบอ้างการลาดตระเวนเพื่อบังคับใช้กฎหมาย
เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบัน
น่านน้ำไต้หวัน เส้นทางขนส่งพลังงานและวัตถุดิบสำคัญของโลก
สำนักข่าวBloomberg เผย ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา จีนส่งเรือยามฝั่งเข้ามาในน่านน้ำตะวันออกของไต้หวันเฉลี่ยเดือนละ 2 ลำ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 27,100 ตารางไมล์ทะเล ในเวลาเดียวกัน การขนส่งพลังงานและวัตถุดิบผ่านเส้นทางนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีเรือบรรทุกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าเกษตรผ่านถึง 527 เที่ยว มากกว่าที่ผ่านช่องแคบไต้หวันซึ่งมี 420 เที่ยว สะท้อนให้เห็นว่าน่านน้ำตะวันออกของไต้หวันได้กลายเป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญระดับโลก
==เฉิน กั๋วหมิง // ผอ.ฝ่ายกองบรรณาธิการนิตยสาร Defense International==
เส้นทางนี้ ไม่ใช่แค่จีนและไต้หวันที่ต้องการ
ญี่ปุ่นเกาหลีเองก็สนใจ
หากอยากจะรักษาเส้นทางนี้ไว้
อาจจะต้องมีเรือขนาดใหญ่คอยคุ้มกัน
เรือจีนเก็บข้อมูลรอบไต้หวัน เตรียมแผนทางการทหารล่วงหน้า
เรือจีนเก็บข้อมูลทางทะเลรอบไต้หวันต่อเนื่อง นักวิชาการวิเคราะห์ว่า นอกจากจะช่วยเสริมศักยภาพการรบต่อไต้หวันแล้ว ยังเป็นการเตรียมการจัดการสนามรบล่วงหน้า โดยเฉพาะช่องแคบมิยาโกะและช่องแคบบาชิ ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำหรับเรือดำน้ำจีนในการเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก หากจีนสามารถควบคุมเส้นทางเหล่านี้ได้ ก็อาจสร้างภัยคุกคามโดยตรงต่อสหรัฐฯ
