ไทยเจอภัยแล้งหนัก น้ำในเขื่อนแห้งจนวัดเก่าใต้น้ำโผล่ขึ้นมา

 
 ประเทศไทยตอนนี้ถือว่าประสบภาวะภัยแล้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 10 ปี เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ของภาคกลางก็มีปริมาณน้ำลดลงต่ำสุด เหลือเพียงไม่ถึง 3% จนทำให้วัดและสิ่งก่อสร้างที่เคยจมอยู่ใต้น้ำกว่า 20 ปีโผล่ขึ้นมาให้เห็นอีกครั้ง แม้ว่าจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็มีพระสงฆ์และประชาชนจำนวนไม่น้อยเดินทางไปเยี่ยมชมและเอาดอกไม้ไปกราบไหว้ วัดหนองบัว (ใหญ่) เคยเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อชุมชน ผู้ใหญ่บ้านได้นำภาพการจัดงานวัดในอดีตมาเปรียบเทียบกับความเสียหายวันนี้ ช่างเป็นสิ่งที่สะเทือนใจมาก
 
 ที่จริงวัดแห่งนี้เคยโผล่พ้นน้ำมาแล้วเมื่อปีพ.ศ.2558 นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 เพราะปริมาณน้ำลดลงอย่างรุนแรง ปริมาณน้ำในเขื่อนแห่งนี้แต่เดิมใช้ทำการชลประทานใน 4 จังหวัด ขนาดพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า 520,000 เฮกตาร์ แต่ตอนนี้ใช้งานได้ในพื้นที่เพียง 12 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ภัยแล้งส่งผลให้น้ำในเขื่อนกว่าครึ่งของไทยแห้งขอด และสร้างความเสียหายรุนแรงให้กับผลผลิตของภาคเกษตรกรรม
กรมชลประทานขอให้ทุกฝ่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ ขณะที่ประชาชนในหมู่บ้านคิดหาวิธีอนุรักษ์และเก็บรักษาซากปรักหักพังของโบราณสถานแห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไป
 
 
แปลและเรียบเรียง // มนภรณ์ ไชยวุฒิ